คำนวณอัตราผลตอบแทนภายในที่ปรับปรุงแล้ว (Modified IRR) โดยแยกอัตราเงินกู้และอัตราลงทุนต่อ ให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า IRR ธรรมดา
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| values | Range/Array | ช่วงหรือรายการกระแสเงินสด (cash flows) ที่เรียงตามลำดับเวลา ต้องมีทั้งค่าลบ (ค่าใช้จ่ายหรือเงินลงทุน) และค่าบวก (รายได้) อย่างน้อยหนึ่งค่าแต่ละประเภท ถ้าไม่มีจะได้ #DIV/0! error |
| finance_rate | Number (Percentage) | อัตราดอกเบี้ยหรือต้นทุนเงินกู้ที่ใช้สำหรับค่ากระแสเงินสดติดลบ (cash outflows) ป้อนในรูป decimal เช่น 0.1 สำหรับ 10% |
| reinvest_rate | Number (Percentage) | อัตราดอกเบี้ยคืนทุนจากการลงทุนต่อ ที่ใช้สำหรับค่ากระแสเงินสดบวก (cash inflows) ป้อนในรูป decimal เช่น 0.12 สำหรับ 12% |
MIRR คืออัตราผลตอบแทนภายในแบบปรับปรุง ที่ใช้คำนวณการลงทุนแบบให้ผลลัพธ์สมจริงมากขึ้น
อย่าง IRR ธรรมดา มันสมมติว่าเงินที่ได้มา ลงทุนต่อด้วยอัตราเดียวกับ IRR เอง ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้นสำหรับโครงการจริง ๆ บางที่เงินกู้เสียดอกเบี้ยสูง (finance_rate) แต่เงินที่ได้มา ลงทุนต่อได้ต่ำ (reinvest_rate) หรือในทางกลับกัน
ที่เจ๋งคือ MIRR บอกให้เห็นภาพจริง ๆ ของการลงทุน เพราะมันให้คุณกำหนด 2 อัตรา แยกจากกัน ส่งผลให้ได้ค่า Modified IRR ที่สมจริงกว่า IRR
ส่วนตัวผม ถ้าต้องวิเคราะห์โครงการลงทุนจริง ๆ จะใช้ MIRR มากกว่า IRR เพราะจริง ๆ ไม่มีโครงการไหน reinvest ด้วยอัตรา IRR นอกจากกระดาษทำการสอบ 😎
โครงการลงทุนเริ่มต้น -$120,000 (ค่าใช้จ่าย) ได้รับเงินคืน 5 ปี: $39,000, $30,000, $21,000, $37,000, $46,000 โดยสมมติต้นทุนเงินกู้ 10% (finance_rate) และอัตราลงทุนต่อ 12% (reinvest_rate) ผลลัพธ์คือ 13% Modified IRR
เมื่อกำหนด finance_rate และ reinvest_rate เท่ากัน (0.1 ทั้งคู่) MIRR จะให้ค่าที่ต่ำกว่า IRR เพราะ MIRR นับต้นทุนจริง ๆ ของเงินที่ใช้ไป ส่วน IRR เพียงแค่ประมาณ
ถ้ากระแสเงินสดไม่ดี หรืออัตราต้นทุนเงินกู้สูง (0.15 = 15%) แต่อัตราลงทุนต่อต่ำ (0.08 = 8%) ผลลัพธ์จะติดลบ แปลว่าโครงการนี้ขาดทุน ไม่ควรลงทุน
MIRR ละเว้นเซลล์ที่ว่างและข้อความ แต่รวมศูนย์ (0) ในการคำนวณ ในตัวอย่างนี้ ปีที่สอง ไม่มีกระแสเงินสด (0) แต่ยังคงนับลำดับเวลา
IRR สมมติว่าเงินที่ได้มา reinvest ด้วยอัตรา IRR เองเสมอ ซึ่งจริง ๆ ไม่สมจริง MIRR ให้คุณกำหนด 2 อัตราแยกกัน: finance_rate (ต้นทุนเงินกู้) และ reinvest_rate (อัตราลงทุนต่อ) ทำให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า
ไม่ต้อง บ่อยครั้งมันไม่เท่ากัน เช่น เงินกู้เสียดอก 12% (finance_rate) แต่เงินที่ได้ reinvest ได้ 8% (reinvest_rate) ข้อดีของ MIRR คือให้คุณใส่ค่าสมจริงของแต่ละอัตรา
MIRR จะ return #DIV/0! error เพราะ formula ต้องการทั้ง cash outflows (ค่าลบ) และ cash inflows (ค่าบวก) ถ้ามีแค่ค่าบวกหรือค่าลบอย่างเดียว ไม่สามารถคำนวณ MIRR ได้
ใช่ สำคัญมาก กระแสเงินสดต้องเรียงตามลำดับเวลา (ปี 1, ปี 2, ปี 3…) ถ้าสลับลำดับ ผลลัพธ์จะผิด
MIRR มีมาตั้งแต่ Excel 2007 เป็นต้นมา ใช้ได้ในทุกเวอร์ชันสมัยใหม่ รวม Excel 365 และ Excel 2021
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MIRR จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
IRR คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return) สำหรับชุดกระแสเงินสด โดยเป็นอัตราที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 0
คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์
XIRR ใช้คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สำหรับกระแสเงินสดที่ไม่เป็นงวด ต่างจาก IRR ที่ต้องการการชำระเงินเป็นงวดสม่ำเสมอ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่