CHISQ.DIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared ซึ่งใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| x | Number | ค่าที่ต้องการประเมิน ต้องเป็นค่าที่ไม่เป็นลบ (≥ 0) |
| deg_freedom | Number | องศาอิสระ (degrees of freedom) ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก (1 ถึง 10^10) |
| cumulative | Boolean | TRUE = ฟังก์ชันการแจกแจงสะสม (CDF), FALSE = ฟังก์ชันความหนาแน่น (PDF) |
CHISQ.DIST เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared การแจกแจงนี้มีประโยชน์มากในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ เช่น การศึกษาการแปรผันของเปอร์เซนต์ในตัวอย่าง หรือการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
สิ่งที่ต้องระวังคือ parameter “cumulative” มีผลใหญ่มาก ถ้าใส่ TRUE จะได้ค่าสะสม (Cumulative Distribution Function) ถ้าใส่ FALSE จะได้ค่าความหนาแน่น (Probability Density Function) ทั้งคู่ใช้ประโยชน์ต่างกัน
ใช้ CHISQ.DIST เมื่อต้องการทำการทดสอบทางสถิติหรือวิเคราะห์ว่าค่าข้อมูลของเราเกิดจากการบังเอิญหรือมีความสำคัญทางสถิติจริง ๆ 😎
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของ Chi-squared distribution ที่ x=10 กับองศาอิสระ 5 ผลลัพธ์ 0.9248 หมายความว่าโอกาสที่ค่าจะน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 อยู่ที่ประมาณ 92.46%
ในการทดสอบ Goodness of Fit ถ้าสถิติ Chi-square ที่คำนวณได้คือ 3.5 กับองศาอิสระ 2 ค่า 0.8262 บอกว่ามีความน่าจะเป็น 82.62% ที่ข้อมูลสอดคล้องกับการแจกแจงที่คาดหวัง
FALSE ให้ค่าความหนาแน่น (0.1116) – ความน่าจะเป็นที่ค่าอยู่ที่ x=5 พอดี, TRUE ให้ค่าสะสม (0.8422) – ความน่าจะเป็นที่ค่าน้อยกว่า 5 โดยทั่วไปใช้ TRUE มากกว่า
ค่า p-value = 1 – CHISQ.DIST(…,TRUE) = 0.4795 หมายความว่าถ้าสมมติฐาน null เป็นจริง โอกาสที่จะเห็นข้อมูลเหลือเกินเช่นนี้คือ 47.95% ซึ่งสูงมาก ดังนั้นไม่ปฏิเสธสมมติฐาน null
CHISQ.DIST(x, df, TRUE) = CDF (หางซ้าย) ส่วน CHISQ.DIST.RT(x, df) = Survival function (หางขวา) ทั้งสองรวมกัน = 1
รูปร่างของ Chi-squared distribution เปลี่ยนไปตามองศาอิสระ ค่าที่น้อยจะให้การแจกแจงที่เบ้มากขึ้น ค่าที่มากจะเข้าใกล้การแจกแจงแบบปกติ
Excel 2010 ขึ้นไป รวม Excel 365 และ Excel Online
ฟังก์ชันจะ return #NUM! error เพราะ Chi-squared distribution นิยามได้เฉพาะค่าที่ไม่เป็นลบเท่านั้น
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CHISQ.DIST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CHISQ.DIST.RT คำนวณความน่าจะเป็นหางขวา (P-Value) ของการแจกแจง Chi-Square ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.INV ค้นหาค่าตัวแปร X ที่ทำให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้ายเท่ากับความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อการทดสอบสมมติฐาน
CHISQ.INV.RT ใช้หาค่าวิกฤต (critical value) ของการแจกแจงแบบ Chi-squared ทางหางขวา โดยให้ความน่าจะเป็นและองศาอิสระ มักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.TEST ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสองตัวโดยเปรียบเทียบค่าจริง (observed) กับค่าคาดหวัง (expected) และคืนค่า P-Value
F.DIST ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F สำหรับทดสอบความแตกต่างของความแปรปรวนระหว่างกลุ่มข้อมูล มีทั้งโหมด CDF และ PDF
ฟังก์ชัน F.DIST.RT ใน Excel ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F ทางหางขวา (Right-tailed) ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น ANOVA เพื่อหาค่า P-value และตัดสินใจว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญหรือไม่
หาความน่าจะเป็นแบบหางขวา (Right-tailed) ของการแจกแจง Chi-squared จากค่าสถิติ x และองศาอิสระ deg_freedom เป็นฟังก์ชันเก่าที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้ ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ CHISQ.DIST.RT แทน
หาค่าผกผัน (Inverse) ของความน่าจะเป็นหางขวาของการแจกแจง Chi-squared จากค่า probability และองศาอิสระ deg_freedom เป็นฟังก์ชันเก่าที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้ ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ CHISQ.INV.RT แทน
ฟังก์ชัน Legacy สำหรับทดสอบไคสแควร์ คืนค่า P-Value เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลที่คาดหวัง แนะนำให้ใช้ CHISQ.TEST แทน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่