Thep Excel

IFNAแทนค่าเมื่อพบ #N/A Error

IFNA เป็นฟังก์ชันที่ช่วยจัดการ #N/A errors โดยแทนค่าเป็นข้อความหรือค่าอื่นที่คุณกำหนด เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลที่อาจไม่พบผลลัพธ์

fx
=IFNA(value, value_if_na)

ความนิยม8/10
ความยาก3/10
ประโยชน์9/10

อัปเดต 30 November 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
value Any สูตรหรือค่าที่ต้องการตรวจสอบ หากคืนค่า #N/A จะเริ่มใช้ value_if_na
value_if_na Any ค่าที่ต้องการแทนเมื่อ value ส่งคืน #N/A ซึ่งสามารถเป็นข้อความ, ตัวเลข, หรือสูตรได้

Additional Notes

IFNA เป็นฟังก์ชันสำหรับจัดการเมื่อสูตรส่งคืน #N/A error โดยเฉพาะจากฟังก์ชันค้นหาเช่น VLOOKUP, XLOOKUP, MATCH ที่ไม่พบข้อมูล

จุดแข็งของ IFNA คือเฉพาะจัดการ #N/A เท่านั้น ไม่ใช่ error ประเภทอื่น เช่น #VALUE! หรือ #REF! ถ้าต้องการจัดการ error ทั้งหมด ให้ใช้ IFERROR แทน

ส่วนตัวผม เมื่อใช้ VLOOKUP ฉันชอบใช้ IFNA ตรง IFERROR เพราะมันทำให้ชัดเจนว่า ข้อมูลไม่พบจริงๆ ไม่ใช่สูตรที่มีปัญหา 😎

How it works

ซ่อน Error จาก VLOOKUP

เมื่อ VLOOKUP หาไม่เจอจะขึ้น #N/A ใช้ IFNA เปลี่ยนให้เป็นคำว่า "ไม่พบสินค้า" หรือว่างไว้

ค้นหา 2 ตารางต่อเนื่อง

ใช้ IFNA(VLOOKUP1, VLOOKUP2) เพื่อหาในตารางแรกก่อน ถ้าไม่เจอให้ไปหาในตารางที่ 2

Examples

ใช้กับ VLOOKUP เมื่อไม่พบข้อมูลIFNA(VLOOKUP(E2, A2:C50, 3, FALSE), "ไม่พบข้อมูล")

ค้นหารหัสสินค้าใน E2 จากตาราง A2:C50 หากไม่พบจะแสดง "ไม่พบข้อมูล" แทน #N/A

fx
=IFNA(VLOOKUP(E2, A2:C50, 3, FALSE), "ไม่พบข้อมูล")

ผลลัพธ์ไม่พบข้อมูล (ถ้า VLOOKUP ส่งคืน #N/A)
แทนด้วย 0 เมื่อค้นหาไม่พบIFNA(MATCH(F3, B2:B100, 0), 0)

ค้นหาตำแหน่งของค่าใน F3 หากไม่พบจะส่งคืน 0 แทน #N/A ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการคำนวณต่อ

fx
=IFNA(MATCH(F3, B2:B100, 0), 0)

ผลลัพธ์0 (ถ้าไม่พบค่า)
ใช้ IFNA แบบซ้อนกัน (fallback search)IFNA(VLOOKUP(G2, A2:C50, 2, FALSE), IFNA(VLOOKUP(G2, D2:F50, 2, FALSE), "ไม่พบในตารางใดเลย"))

ค้นหา G2 ในตารางแรก (A2:C50) ถ้าไม่พบให้ค้นหาในตารางสอง (D2:F50) ถ้ายังไม่พบให้แสดงข้อความแจ้ง

fx
=IFNA(VLOOKUP(G2, A2:C50, 2, FALSE), IFNA(VLOOKUP(G2, D2:F50, 2, FALSE), "ไม่พบในตารางใดเลย"))

ผลลัพธ์ผลลัพธ์จากตารางแรก หรือตารางสอง หรือข้อความแจ้งว่าไม่พบ
รวม IFNA กับ INDEX+MATCH เพื่อค้นหาแบบเคสไม่ระบุขนาดIFNA(INDEX(C2:C100, MATCH(H2, A2:A100, 0)), "-")

ใช้ INDEX+MATCH เพื่อค้นหาข้อมูลจากคอลัมน์ C ตามค่าใน H2 และ IFNA จัดการ #N/A โดยแสดง "-" แทน

fx
=IFNA(INDEX(C2:C100, MATCH(H2, A2:A100, 0)), "-")

ผลลัพธ์ค่าจากคอลัมน์ C หรือ "-" ถ้าไม่พบ

FAQs

IFNA และ IFERROR ต่างกันอย่างไร?+

IFNA จัดการเฉพาะ #N/A errors ส่วน IFERROR จัดการ error ทั้งหมด (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, ฯลฯ) เลือก IFNA เมื่อต้องการแยกแยะเฉพาะความพยายามค้นหาที่ไม่พบ และเลือก IFERROR เมื่อต้องการจัดการ error ทั่วไป

IFNA ใช้ได้กับ Excel เวอร์ชันไหนบ้าง?+

IFNA มีตั้งแต่ Excel 2013 เป็นต้นมา ส่วน Excel 2010 และเก่ากว่านั้นไม่มี ถ้าใช้ Excel รุ่นเก่าต้องใช้ IFERROR แทน

ถ้าใส่สูตรมากซ้อนกันเกินไปจะเกิดอะไร?+

ถ้าซ้อนมากเกินไป (เช่น 10+ ชั้น) สูตรจะช้าและอ่านยาก แนะนำให้สร้าง helper columns หรือใช้ Power Query แทน

IFNA ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็น array ได้ไหม?+

ได้ IFNA ทำงานร่วมกับ array formulas ในตัวอักษรและอาร์เรย์ได้ สำหรับ Excel 365 ใช้ XLOOKUP ได้ดีกว่าเพราะมีความสามารถมากขึ้น

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IFNA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้IFNALogical
Logical (2)
IF

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข

IFERROR

IFERROR ช่วยดักจับ Error ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในสูตร (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) แล้วเปลี่ยนเป็นค่าที่เราต้องการแทน
.
ที่เจ๋งคือมันช่วยให้รายงานและ Dashboard ดูสะอาด ไม่มี Error แสดงให้ผู้ใช้งานเห็น โดยถ้าสูตรไม่มี Error ก็จะ return ผลลัพธ์ปกติ
.
ส่วนตัวผมคิดว่าฟังก์ชันนี้เป็น "ตัวช่วยมหาเทพ" สำหรับคนทำรายงานเลยครับ 😎

Information (2)
ISNA

ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"

NA

ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ

Lookup and reference (2)
VLOOKUP

VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้

XLOOKUP

ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่