IFNA เป็นฟังก์ชันที่ช่วยจัดการ #N/A errors โดยแทนค่าเป็นข้อความหรือค่าอื่นที่คุณกำหนด เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลที่อาจไม่พบผลลัพธ์
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value | Any | สูตรหรือค่าที่ต้องการตรวจสอบ หากคืนค่า #N/A จะเริ่มใช้ value_if_na |
| value_if_na | Any | ค่าที่ต้องการแทนเมื่อ value ส่งคืน #N/A ซึ่งสามารถเป็นข้อความ, ตัวเลข, หรือสูตรได้ |
IFNA เป็นฟังก์ชันสำหรับจัดการเมื่อสูตรส่งคืน #N/A error โดยเฉพาะจากฟังก์ชันค้นหาเช่น VLOOKUP, XLOOKUP, MATCH ที่ไม่พบข้อมูล
จุดแข็งของ IFNA คือเฉพาะจัดการ #N/A เท่านั้น ไม่ใช่ error ประเภทอื่น เช่น #VALUE! หรือ #REF! ถ้าต้องการจัดการ error ทั้งหมด ให้ใช้ IFERROR แทน
ส่วนตัวผม เมื่อใช้ VLOOKUP ฉันชอบใช้ IFNA ตรง IFERROR เพราะมันทำให้ชัดเจนว่า ข้อมูลไม่พบจริงๆ ไม่ใช่สูตรที่มีปัญหา 😎
เมื่อ VLOOKUP หาไม่เจอจะขึ้น #N/A ใช้ IFNA เปลี่ยนให้เป็นคำว่า "ไม่พบสินค้า" หรือว่างไว้
ใช้ IFNA(VLOOKUP1, VLOOKUP2) เพื่อหาในตารางแรกก่อน ถ้าไม่เจอให้ไปหาในตารางที่ 2
ค้นหารหัสสินค้าใน E2 จากตาราง A2:C50 หากไม่พบจะแสดง "ไม่พบข้อมูล" แทน #N/A
ค้นหาตำแหน่งของค่าใน F3 หากไม่พบจะส่งคืน 0 แทน #N/A ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการคำนวณต่อ
ค้นหา G2 ในตารางแรก (A2:C50) ถ้าไม่พบให้ค้นหาในตารางสอง (D2:F50) ถ้ายังไม่พบให้แสดงข้อความแจ้ง
ใช้ INDEX+MATCH เพื่อค้นหาข้อมูลจากคอลัมน์ C ตามค่าใน H2 และ IFNA จัดการ #N/A โดยแสดง "-" แทน
IFNA จัดการเฉพาะ #N/A errors ส่วน IFERROR จัดการ error ทั้งหมด (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, ฯลฯ) เลือก IFNA เมื่อต้องการแยกแยะเฉพาะความพยายามค้นหาที่ไม่พบ และเลือก IFERROR เมื่อต้องการจัดการ error ทั่วไป
IFNA มีตั้งแต่ Excel 2013 เป็นต้นมา ส่วน Excel 2010 และเก่ากว่านั้นไม่มี ถ้าใช้ Excel รุ่นเก่าต้องใช้ IFERROR แทน
ถ้าซ้อนมากเกินไป (เช่น 10+ ชั้น) สูตรจะช้าและอ่านยาก แนะนำให้สร้าง helper columns หรือใช้ Power Query แทน
ได้ IFNA ทำงานร่วมกับ array formulas ในตัวอักษรและอาร์เรย์ได้ สำหรับ Excel 365 ใช้ XLOOKUP ได้ดีกว่าเพราะมีความสามารถมากขึ้น
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IFNA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
IFERROR ช่วยดักจับ Error ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในสูตร (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) แล้วเปลี่ยนเป็นค่าที่เราต้องการแทน
.
ที่เจ๋งคือมันช่วยให้รายงานและ Dashboard ดูสะอาด ไม่มี Error แสดงให้ผู้ใช้งานเห็น โดยถ้าสูตรไม่มี Error ก็จะ return ผลลัพธ์ปกติ
.
ส่วนตัวผมคิดว่าฟังก์ชันนี้เป็น "ตัวช่วยมหาเทพ" สำหรับคนทำรายงานเลยครับ 😎
ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"
ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ
VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้
ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่