ส่งกลับรหัส ASCII (ANSI code) ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ ตรงข้ามกับฟังก์ชัน CHAR
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| text | Text | ข้อความหรือเซลล์ที่ต้องการหารหัส CODE ของตัวอักษรตัวแรก ถ้ามีหลายตัวอักษร ฟังก์ชันจะประมวลผลเฉพาะตัวแรกเท่านั้น |
ฟังก์ชัน CODE ใน Excel จะแปลงตัวอักษรตัวแรกในข้อความให้เป็นรหัสตัวเลข (ASCII/ANSI code).
เอาง่ายๆ CODE ใช้ดึงรหัส ASCII ของตัวอักษร เช่น A เป็น 65, a เป็น 97 ทำให้เราสามารถทำการตรวจสอบว่าตัวอักษรเป็นตัวใหญ่หรือตัวเล็ก หรือใช้ในการข้ามกำหนด (data validation) ได้.
A (ตัวใหญ่) มีรหัส ASCII เท่ากับ 65 ตามตารางรหัส ASCII มาตรฐาน
a (ตัวเล็ก) มีรหัส ASCII เท่ากับ 97 โปรดสังเกตว่าตัวใหญ่และตัวเล็กมีรหัสต่างกัน
ตัวเลข 0 ถึง 9 มีรหัส ASCII ตั้งแต่ 48 ถึง 57 ตามลำดับ
แม้ว่ามีหลายตัวอักษร CODE ก็คืนค่ารหัสของตัวแรกเท่านั้น ซึ่งคือ w (119)
Space character มีรหัส ASCII เท่ากับ 32 ใช้ตรวจสอบการมีอักษรว่างตรงต้น
รหัส ANSI ของ ก ไก่ คือ 161 (บนระบบ Windows) ใช้สำหรับการตรวจสอบข้อความไทย
CODE จะคืนค่ารหัส ASCII ของตัวอักษรตัวแรกเท่านั้น ตัวอักษรตัวที่สองและตัวต่อไปจะถูกละเว้น ถ้าต้องการหาให้กับตัวอักษรที่ไม่ใช่ตัวแรก ให้ใช้ MID หรือ LEFT ร่วมกับ CODE
CODE แปลงตัวอักษรเป็นรหัส ASCII (A → 65) ขณะที่ CHAR ทำตรงข้าม (65 → A) เหล่านี้เป็นฟังก์ชันที่ตรงกันข้าม (inverse functions)
ได้ แต่รหัส ASCII ของตัวอักษรไทยนั้นแตกต่างกันไปตามระบบและ encoding ที่ใช้ ตัวอักษรไทยจะมีรหัสตั้งแต่ 161-234 ขึ้นอยู่กับตัวอักษรและระบบ
ได้ สมบูรณ์ ใช้ได้ เพราะตัวอักษรใหญ่ (A-Z) มีรหัส 65-90 และตัวอักษรเล็ก (a-z) มีรหัส 97-122 ใช้ IF เช่น =IF(AND(CODE(A1)>=65, CODE(A1)
CODE จะคืนค่า #VALUE! ถ้าค่าที่ป้อนเป็น text ที่ว่างเปล่า หรือถ้าป้อนค่าจากประเภทข้อมูลที่ไม่สามารถแปลงเป็น text ได้ อย่างเช่นป้อน number โดยตรงที่เป็น numeric value
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CODE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CHAR แปลงรหัสตัวอักษร (1-255) เป็นตัวอักษรจริง มีประโยชน์สำหรับแทรกอักขระพิเศษที่พิมพ์ยาก เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่
DBCS แปลงข้อความ half-width (single-byte) เป็น full-width (double-byte) เหมือนฟังก์ชัน JIS
EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
JIS แปลงตัวอักษร half-width (ครึ่งความกว้าง) เป็น full-width (เต็มความกว้าง) สำหรับภาษาญี่ปุ่นและจีน
LEFT ดึงตัวอักษรจากด้านซ้ายสุดของข้อความตามจำนวนที่ต้องการ ถ้าไม่ระบุจำนวนจะดึงมา 1 ตัว ผลลัพธ์เป็น Text เสมอแม้ดึงตัวเลขออกมา
LEN คืนค่าเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม แสดงความยาวของข้อความในเซลล์ มีประโยชน์มากในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) เช่น เช็ครหัสพนักงาน, เบอร์โทรศัพท์, หรือเลขบัตรประชาชน ว่ามีความยาวครบถ้วนหรือไม่
MID ตัดข้อความออกจากตำแหน่งเริ่มต้นที่คุณกำหนด โดยระบุความยาวของข้อความที่ต้องการ สะดวกมากสำหรับดึงข้อมูลบางส่วนจากข้อความที่ยาว เช่น รหัสสินค้า, รหัสพนักงาน, หรือวันที่ที่ฝังตัวในข้อความ
SEARCH ค้นหาตำแหน่งของคำที่ต้องการในข้อความหลัก ถ้าเจอคืนตัวเลขตำแหน่งที่พบ ถ้าไม่เจอคืน #VALUE! ต่างจาก FIND ตรงที่ไม่แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (A=a) และใช้ wildcard (* กับ ?) ค้นหาแบบมีรูปแบบได้ เอาไปต่อกับ ISNUMBER ก็กลายเป็นสูตรเช็คว่าเซลล์มีคำนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดในงานจัดหมวดหมู่หรือกรองข้อมูลจากคำสำคัญ
ส่งกลับตัวอักษร Unicode จากรหัสตัวเลข ใช้สร้างสัญลักษณ์พิเศษ emoji และตัวอักษรจากหลากหลายภาษา
ส่งกลับรหัส Unicode ของตัวอักษรตัวแรก เป็นฟังก์ชันคู่กับ UNICHAR
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่