Thep Excel

ROWบอกเลขแถว

ROW ส่งคืนหมายเลขแถว (Row Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขแถว 1, 2, 3… มีประโยชน์ในการกำหนดหมายเลขลำดับแบบไดนามิก และสร้างสูตรที่ปรับตัวตามตำแหน่ง

fx
=ROW([reference])

ความนิยม8/10
ความยาก3/10
ประโยชน์9/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด ค่าเริ่มต้น คำอธิบาย
[reference]ไม่บังคับ Reference current_row เซลล์ที่ต้องการทราบเลขแถว (ว่าง = เซลล์ปัจจุบัน)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

ฟังก์ชัน ROW คืนหมายเลขแถวของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ เป็นตัวเลข 1, 2, 3… นับจากแถวบนสุดของชีต ถ้าไม่ใส่ reference จะคืนเลขแถวของเซลล์ที่วางสูตรอยู่เอง

ใช้บ่อยตอนต้องการเลขลำดับที่ปรับตัวเองเมื่อเพิ่ม/ลบแถว เช่น สร้างเลขลำดับอัตโนมัติในตารางรายชื่อ, ทำ Alternate Row Shading ด้วย MOD(ROW(),2) ให้ตารางอ่านง่าย, ส่งเลขแถวเข้า INDEX/LARGE/OFFSET เพื่อดึงข้อมูลทีละแถว, หรือสร้างลำดับ 1 ถึง N แบบ spill array ในเวอร์ชัน Microsoft 365

ข้อควรระวัง: ROW ไม่ volatile เหมือน TODAY() หรือ RAND() มันจะคำนวณใหม่แค่ตอนแถวขยับจริงๆ เท่านั้น เลยไม่ทำให้ไฟล์หน่วงครับ แต่ถ้าใช้ ROW ทำเลขลำดับแล้ว sort ข้อมูล เลขจะขยับตามตำแหน่งใหม่ ถ้าต้องการล็อกเลขเดิมไว้ ต้อง Paste เป็นค่าก่อน sort

Examples

ตัวอย่างที่ 1: หาเลขแถวของเซลล์เฉพาะROW(SpecificCell)

สมมติว่า SpecificCell เป็น Named Range ที่อ้างถึงเซลล์ A5
สูตรจะคืนค่า 5 ซึ่งเป็นหมายเลขแถวของ SpecificCell เพราะนับจากแถว 1 ที่หัวชีตขึ้นไป

fx
=ROW(SpecificCell)

ผลลัพธ์5
ตัวอย่างที่ 2: หาเลขแถวของเซลล์ปัจจุบันROW()

หากไม่ระบุ Reference สูตรจะคืนค่าหมายเลขแถวของเซลล์ที่ใส่สูตรนี้ ใช้บ่อยตอนต้องการให้สูตรรู้ตำแหน่งตัวเองโดยไม่ต้องพิมพ์อ้างอิงตายตัว

fx
=ROW()

ผลลัพธ์เลขแถวปัจจุบัน
ตัวอย่างที่ 3: สร้างลำดับเลขแถว (Spill Range)ROW(MyRange)

สมมติว่า MyRange เป็น Named Range ที่อ้างถึงช่วง A1:A3
ใน Excel 365 สูตรจะคืนค่าหมายเลขแถวเป็น Array {1;2;3} spill ออกมาทันที แต่ถ้าเป็น Excel รุ่นเก่าก่อน 365 จะได้แค่เลขแถวแรก (1) กลับมาเท่านั้น

fx
=ROW(MyRange)

ผลลัพธ์{1;2;3}
ตัวอย่างที่ 4: สลับสีแถว (Alternate Row Shading) ด้วย Conditional FormattingMOD(ROW(),2)=0

MOD(ROW(),2) หารเลขแถวปัจจุบันด้วย 2 แล้วเอาเศษ ถ้าเป็นแถวคู่เศษจะเป็น 0 ทำให้เงื่อนไข =0 เป็น TRUE
ใช้เป็นสูตรใน Conditional Formatting เพื่อลงสีสลับแถวคู่-คี่ ให้ตารางยาวๆ อ่านง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไล่ทาสีทีละแถวเอง

fx
=MOD(ROW(),2)=0

ผลลัพธ์TRUE (ถ้าอยู่แถวคู่ เช่น 2, 4, 6)
ตัวอย่างที่ 5: ลำดับครั้งที่เริ่มจากแถว 2ROW()-1

ลบ 1 เพื่อหักลบแถวหัวตาราง ทำให้เลขลำดับเริ่มจาก 1 พอดีเมื่อข้อมูลแถวแรกอยู่ที่แถว 2
เทคนิคนี้ใช้สร้างคอลัมน์ลำดับ (No.) ที่ปรับเลขให้เองอัตโนมัติเมื่อลากสูตรลงมา

fx
=ROW()-1

ผลลัพธ์4 (ถ้าอยู่แถว 5)

FAQs

ROW() ส่งคืนอะไร?+

ROW ส่งคืนหมายเลขแถวเป็นตัวเลข (1-1048576 สำหรับ Excel modern)

ความแตกต่างระหว่าง ROW() กับ ROW(A1)?+

ROW() ส่งคืนแถวปัจจุบัน ROW(A1) ส่งคืนแถวของเซลล์ A1 (เสมอ 1)

ROW ใช้ได้กับ range ไหม?+

ได้ แต่ถ้า range มีหลายแถว จะส่งคืนหมายเลขแถวแรก

สามารถใช้ ROW ระบุลำดับแบบอัตโนมัติ?+

ได้ครับ เช่น =ROW()-header_row จะให้หมายเลขลำดับอัตโนมัติ

ROW ใช้ได้กับ COLUMN ด้วยหรือ?+

ใช้ได้ร่วมกัน เช่น =CONCATENATE(ROW(),"_",COLUMN()) สำหรับรหัสเซลล์

จะหลีกเลี่ยง ROW เปลี่ยนเมื่อ insert/delete row?+

ใช้ INDIRECT("ROW") ล่าช้า หรือใช้ INDEX เพื่อให้สูตรอ้างอิง relative position

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ROW จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้ROWLookup and reference
Lookup and reference (5)
ADDRESS

ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference

COLUMN

COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก

COLUMNS

นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ที่ระบุ ใช้บ่อยคู่กับ OFFSET หรือ VLOOKUP เพื่อทำสูตรแบบ dynamic ที่ปรับตามขนาดตารางเอง

INDIRECT

INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์

ROWS

ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน

Statistical (1)
GROWTH

GROWTH พยากรณ์การเติบโตแบบ Exponential จากข้อมูลในอดีต โดยใช้สูตร y = b*m^x แทนการเรียงแบบเส้นตรง

Information (1)
ISODD

ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นเลขคี่หรือไม่ ส่งกลับ TRUE ถ้าเป็นคี่ FALSE ถ้าเป็นคู่

Math and trigonometry (1)
SEQUENCE

SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่