MODE.MULT ค้นหาค่าที่ซ้ำกันมากที่สุด (ฐานนิยม) ของข้อมูล และคืนค่าเป็น Array หากมีหลายค่าที่ซ้ำเท่าๆ กัน
=MODE.MULT(number1, [number2], ...)
=MODE.MULT(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ค่าตัวเลขหรือช่วงข้อมูลที่ต้องการหาฐานนิยม (ตั้งแต่ 1 ค่าขึ้นไป) | |
| number2 | Number/Range | Optional | ค่าตัวเลขหรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (ได้สูงสุดถึง 254 ค่า) |
MODE.MULT(1, 2, 2, 3, 3, 4)=MODE.MULT(1, 2, 2, 3, 3, 4)
{2; 3}
MODE.MULT(A2:A10)=MODE.MULT(A2:A10)
ค่าหรือค่าต่างๆ ที่ซ้ำบ่อยที่สุดใน A2:A10
MODE.MULT(1, 2, 3, 4, 5)=MODE.MULT(1, 2, 3, 4, 5)
#N/A
MODE.MULT(C2:C20)=MODE.MULT(C2:C20)
{Red; Blue}
MODE (หรือ MODE.SNGL) คืนค่าฐานนิยมเพียง 1 ค่าเท่านั้น แม้ว่าจะมีค่าอื่นที่ซ้ำเท่าๆ กัน ส่วน MODE.MULT จะคืนค่าทั้งหมดที่ซ้ำมากสุด
ใน Excel 365 ไม่ต้อง เพราะ MODE.MULT จะ Spill อัตโนมัติ แต่ใน Excel 2019 หรือเก่ากว่า ต้องกด Ctrl+Shift+Enter เพื่อป้อนเป็น Array Formula
ฟังก์ชันจะคืนค่า #N/A เพราะไม่มีฐานนิยมในข้อมูล (ฐานนิยมต้องเป็นค่าที่ปรากฏมากกว่า 1 ครั้ง)
MODE.MULT รับเฉพาะตัวเลขเท่านั้น จะละเว้นข้อความ ค่าตรรกะ (TRUE/FALSE) และเซลล์ว่าง แต่จะรวมค่า 0
Spill คือการที่ผลลัพธ์ Array อัตโนมัติไหลลงมาในเซลล์ด้านล่าง ไม่ต้องจัดเซลล์หรือคีย์ Ctrl+Shift+Enter เอง เป็นฟีเจอร์ของ Excel 365
MODE.MULT เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ค้นหาค่าฐานนิยม (ค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุด) ในชุดข้อมูล ต่างจาก MODE หรือ MODE.SNGL ที่ส่งกลับเพียงค่าเดียว MODE.MULT สามารถส่งกลับค่าหลายค่าได้ หากมีค่าตั้งแต่สองค่าขึ้นไปที่มีความถี่เท่ากันและสูงสุด
ที่เจ๋งคือ MODE.MULT ใช้เป็น Array Formula ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์จะ Spill (ไหลลงมา) ในเซลล์ข้างล่างอัตโนมัติ ไม่ต้องเลือกเซลล์หลายช่องมาก่อน
ส่วนตัวผม MODE.MULT เหมาะใช้มากเวลาวิเคราะห์ข้อมูล เช่น หาสีที่ขายดีที่สุด หรือวัยที่มีลูกค้ามากที่สุด เพราะมันบอกให้เราทุกค่าที่นิยมเท่าๆ กัน ไม่ใช่แค่ตัวเดียว