COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| array1 | Range/Array | ชุดข้อมูลที่ 1 ซึ่งมีตัวเลขหรือข้อมูลตัวเลข |
| array2 | Range/Array | ชุดข้อมูลที่ 2 ซึ่งต้องมีจำนวนจุดข้อมูลเท่ากับ array1 |
COVARIANCE.S เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งบอกให้ทราบว่าตัวแปรสองตัวเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันอย่างไร
ความแปรปรวนร่วมเป็นบวก = ตัวแปรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยกัน
ความแปรปรวนร่วมเป็นลบ = ตัวแปรมีแนวโน้มตรงกันข้าม
ที่เจ๋งคือ COVARIANCE.S ใช้ n-1 ในตัวหาร เหมาะสำหรับข้อมูลตัวอย่าง ไม่ใช่ประชากรทั้งหมด ส่วน COVARIANCE.P ใช้ n ซึ่งเหมาะสำหรับข้อมูลประชากรเต็ม
คำนวณความแปรปรวนร่วมของชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 (ในที่นี้ n=3 ดังนั้น n-1=2)
B2:B10 = จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์, C2:C10 = ยอดขาย ถ้าผลเป็นบวก แสดงว่ายิ่งเข้าชมมาก ยอดขายก็ยิ่งมาก
เพราะ COVARIANCE.S หารด้วย n-1 (เสมือนขยายตัวอย่าง) ส่วน COVARIANCE.P หารด้วย n (ข้อมูลเต็ม) ดังนั้น S > P เสมอ
D2:D13 = อุณหภูมิ (องศา), E2:E13 = ยอดขายน้ำแข็ง (หน่วย) ผลเป็นบวก แสดงว่าอุณหภูมิสูง → ขายได้มากขึ้น
COVARIANCE.S รองรับใน Excel 2016 ขึ้นไป, Excel 365, Excel 2019, Excel 2021, Excel 2024 และ Excel Web App
COVARIANCE.S ใช้ n-1 (สำหรับตัวอย่าง) COVARIANCE.P ใช้ n (สำหรับประชากร) COVARIANCE.S จึงให้ค่าที่มากกว่า เหมาะสำหรับข้อมูลตัวอย่างเท่านั้น
ฟังก์ชันจะส่งกลับ #N/A error ต้องแน่ใจว่าทั้งสองชุดมีจำนวนเท่ากัน
แสดงว่าตัวแปรสองตัวมีความสัมพันธ์ผกผัน = เมื่อตัวแปรหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกตัวจะลดลง
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ COVARIANCE.S จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน
ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน
หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation coefficient) ระหว่างสองชุดข้อมูล – เหมือน CORREL
คำนวณความชันของเส้นถดถอยเชิงเส้น ซึ่งบอกให้รู้ว่าค่า Y เปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหนเมื่อค่า X เพิ่มขึ้น ใช้สำหรับวิเคราะห์แนวโน้มข้อมูล
STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่
ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่