CHISQ.INV ค้นหาค่าตัวแปร X ที่ทำให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้ายเท่ากับความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อการทดสอบสมมติฐาน
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| probability | Number | ความน่าจะเป็น (ระหว่าง 0 ถึง 1) ของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้าย (cumulative left-tailed) |
| deg_freedom | Number | องศาอิสระ (degrees of freedom) ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก ระหว่าง 1 ถึง 10^10 หากเป็นทศนิยมจะถูกปัดเศษลง |
CHISQ.INV เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ Chi-squared (ตรงข้ามกับ CHISQ.DIST)
ถ้า CHISQ.DIST ตอบคำถาม “ความน่าจะเป็นเป็นเท่าไหร่ถ้า X = 5” แล้ว CHISQ.INV ตอบ “X ต้องเป็นเท่าไหร่เพื่อให้ความน่าจะเป็น = 0.95”
ส่วนตัวผม ฟังก์ชันนี้น่าสนใจมากในการสร้างช่วงความเชื่อมั่น (confidence intervals) และการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เพราะมันเป็นตัวช่วยหลักในการหาค่าวิกฤตจากการแจกแจง Chi-squared
ค้นหาค่า X ของการแจกแจง Chi-squared ที่มีองศาอิสระ 10 ถ้าพื้นที่ทางซ้าย (cumulative) เป็น 95% คำตอบคือประมาณ 18.31 ซึ่งหมายความว่ามีความน่าจะเป็น 95% ที่ค่าสุ่มจากการแจกแจงนี้จะน้อยกว่าหรือเท่ากับ 18.31
เมื่อสร้างช่วงความเชื่อมั่น 90% เราต้องหาจุดวิกฤตที่ 5% (ครึ่งหนึ่งของ 10% นอกช่วง) คำตอบ 1.145 คือค่าท้ายซ้ายของการแจกแจง Chi-squared ที่มีองศาอิสระ 5 ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
ที่ความน่าจะเป็น 90% และองศาอิสระ 15 ค่า Chi-squared คือ 22.31 สังเกตว่าเมื่อองศาอิสระเพิ่มขึ้น ค่าก็เพิ่มขึ้นด้วย (เปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ 1 ที่ 10 องศาอิสระให้ 18.31)
ที่ความน่าจะเป็นต่ำ 1% และองศาอิสระ 3 ค่าก็จะต่ำมาก (0.115) นี่เป็นการใช้งานทั่วไปเมื่อหาค่าวิกฤตด้านล่างสำหรับการทดสอบสถิติ
CHISQ.INV ใช้หางซ้าย (left-tailed) ในขณะที่ CHISQ.INV.RT ใช้หางขวา (right-tailed) ถ้าคุณใช้ CHISQ.INV(0.95, 5) จะให้ค่า X ที่มีพื้นที่ซ้ายเป็น 95% แต่ CHISQ.INV.RT(0.05, 5) จะให้ค่า X ที่มีพื้นที่ขวาเป็น 5% ซึ่งเป็นค่าเดียวกันพอดี!
Probability = 0 จะให้ผลลัพธ์เป็น 0 (ค่าต่ำสุดของการแจกแจง) ส่วน Probability = 1 จะให้ผลลัพธ์เป็น ∞ (อนันต์) เพราะไม่มีค่าบนสุด ควรใช้ค่า Probability ระหว่าง 0.00001 ถึง 0.99999 เพื่อลดปัญหา
CHISQ.INV พร้อมใช้งานใน Excel 2010 ขึ้นไป Excel 2007 ต้องใช้ CHIINV (รูปแบบเก่า) แทน
องศาอิสระคือจำนวนค่าที่เป็นอิสระในชุดข้อมูล เช่น ถ้ามี 5 ค่าและรู้ค่าเฉลี่ย จะมีเพียง 4 ค่าที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (ค่าที่ 5 ถูกกำหนดโดยค่าเฉลี่ยและ 4 ค่าอื่น) ดังนั้นองศาอิสระ = 4
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CHISQ.INV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CHISQ.DIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared ซึ่งใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.INV.RT ใช้หาค่าวิกฤต (critical value) ของการแจกแจงแบบ Chi-squared ทางหางขวา โดยให้ความน่าจะเป็นและองศาอิสระ มักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.TEST ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสองตัวโดยเปรียบเทียบค่าจริง (observed) กับค่าคาดหวัง (expected) และคืนค่า P-Value
F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล
NORM.INV ช่วยหาค่า x ของการแจกแจงปกติเมื่อทราบความน่าจะเป็น ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นฟังก์ชันผกผันของ NORM.DIST ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางสถิติและการทำนาย
หาค่าผกผัน (Inverse) ของความน่าจะเป็นหางขวาของการแจกแจง Chi-squared จากค่า probability และองศาอิสระ deg_freedom เป็นฟังก์ชันเก่าที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้ ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ CHISQ.INV.RT แทน
ฟังก์ชัน Legacy สำหรับทดสอบไคสแควร์ คืนค่า P-Value เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลที่คาดหวัง แนะนำให้ใช้ CHISQ.TEST แทน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่