Thep Excel

F.DIST – คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F

F.DIST ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F สำหรับทดสอบความแตกต่างของความแปรปรวนระหว่างกลุ่มข้อมูล มีทั้งโหมด CDF และ PDF

=F.DIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2, cumulative)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=F.DIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2, cumulative)

Argument Type Required Default Description
x Number Yes ค่า F-statistic ที่ต้องการหาความน่าจะเป็น ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0 ถ้าใส่ค่าลบจะเกิด #NUM! error
deg_freedom1 Number Yes Degrees of freedom ของเศษ (Numerator) ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก เช่น จำนวนกลุ่มลบ 1 ถ้าน้อยกว่า 1 จะเกิด #NUM! error
deg_freedom2 Number Yes Degrees of freedom ของส่วน (Denominator) ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก เช่น จำนวนตัวอย่างทั้งหมดลบจำนวนกลุ่ม ถ้าน้อยกว่า 1 จะเกิด #NUM! error
cumulative Boolean Yes TRUE = ความน่าจะเป็นสะสม (CDF) ใช้หา P-value ด้านซ้าย, FALSE = ความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (PDF) ใช้วาดกราฟ

Examples

หา CDF ของ F-statistic สำหรับ ANOVA 4 กลุ่ม
F.DIST(2.5, 3, 20, TRUE)
คำนวณความน่าจะเป็นสะสม (CDF) ของ F-statistic = 2.5 โดยมี df1 = 3 (จำนวนกลุ่ม 4 ลบ 1) และ df2 = 20 (ตัวอย่าง 24 ลบกลุ่ม 4) ผลลัพธ์ 0.9112 หมายความว่า P-value = 1 – 0.9112 = 0.0888 หรือประมาณ 8.88% ซึ่งยังมากกว่า 0.05 จึงยังไม่ถึงระดับนัยสำคัญ
Excel Formula:

=F.DIST(2.5, 3, 20, TRUE)

Result:

0.9112

หา PDF เพื่อวาดเส้นโค้ง F-distribution
F.DIST(2.5, 3, 20, FALSE)
คำนวณความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (PDF) ที่ F = 2.5 ค่า 0.0873 แทนความสูงของเส้นโค้ง ณ จุดนั้น ใช้สำหรับวาดกราฟแสดงการแจกแจง F ไม่ได้ใช้เป็น P-value โดยตรง
Excel Formula:

=F.DIST(2.5, 3, 20, FALSE)

Result:

0.0873

ทดสอบความแตกต่างรายได้ระหว่าง 3 ทีมขาย
F.DIST(4.2, 2, 27, TRUE)
บริษัทมี 3 ทีมขาย (df1 = 2) รวม 30 คน (df2 = 27) คำนวณหาว่า F-statistic = 4.2 มีความน่าจะเป็นสะสม 97.42% ดังนั้น P-value = 1 – 0.9742 = 0.0258 หรือ 2.58% ซึ่งต่ำกว่า 0.05 แสดงว่ามีความแตกต่างระหว่างทีมขายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Excel Formula:

=F.DIST(4.2, 2, 27, TRUE)

Result:

0.9742

เปรียบเทียบ: ใช้ F.DIST.RT แทนการเอา 1 ลบ
F.DIST.RT(2.5, 3, 20)
F.DIST.RT ให้ P-value ด้านขวาโดยตรง (หางขวาของ F-distribution) ผลลัพธ์เท่ากับ 1 – F.DIST(2.5, 3, 20, TRUE) = 1 – 0.9112 = 0.0888 ถ้าต้องการ P-value ผมแนะนำใช้ F.DIST.RT เพราะเขียนสั้นกว่าและอ่านง่ายกว่า
Excel Formula:

=F.DIST.RT(2.5, 3, 20)

Result:

0.0888

FAQs

F.DIST กับ F.DIST.RT ต่างกันอย่างไร ควรใช้อันไหน?

F.DIST(x, df1, df2, TRUE) หาความน่าจะเป็นด้านซ้าย (CDF) ถ้าต้องการ P-value ต้องเอา 1 ลบเอง ส่วน F.DIST.RT(x, df1, df2) หาความน่าจะเป็นด้านขวาโดยตรง ซึ่งคือ P-value ที่ต้องการในการทดสอบ ANOVA ผมใช้ F.DIST.RT เป็นหลักเพราะสะดวกกว่า ใช้ F.DIST เมื่อต้องการ PDF หรือ CDF สำหรับกราฟเท่านั้น

Degrees of Freedom กำหนดอย่างไร ต้องคำนวณเองไหม?

ผมจำง่ายๆ แบบนี้: deg_freedom1 = จำนวนกลุ่ม – 1 (เช่น 4 กลุ่ม → df1 = 3), deg_freedom2 = จำนวนตัวอย่างทั้งหมด – จำนวนกลุ่ม (เช่น 24 ตัวอย่าง 4 กลุ่ม → df2 = 20) ถ้าใช้ Analysis ToolPak ของ Excel มันจะคำนวณ df ให้อัตโนมัติในตาราง ANOVA

ได้รับ #NUM! error ต้องแก้ยังไง?

#NUM! เกิดจาก 3 สาเหตุ: (1) x มีค่าน้อยกว่า 0 — F-statistic ต้องเป็นบวกเสมอ, (2) deg_freedom1 น้อยกว่า 1 — ต้องมีอย่างน้อย 2 กลุ่มจึงจะมี df ≥ 1, (3) deg_freedom2 น้อยกว่า 1 — ต้องมีตัวอย่างมากกว่าจำนวนกลุ่ม ผมตรวจสอบค่า df ก่อนทุกครั้งที่เจอ error นี้

ทำไม F-statistic ต้องมากกว่า 1 ถึงจะสรุปว่ามีความแตกต่าง?

ไม่จำเป็นต้องมากกว่า 1 เสมอไป แต่ F-statistic = ความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม / ความแปรปรวนภายในกลุ่ม ถ้า F ใกล้ 1 แปลว่าความแปรปรวนทั้งสองส่วนใกล้เคียงกัน ไม่น่าจะมีความแตกต่าง ถ้า F มากกว่า 1 มากๆ และ P-value < 0.05 ถึงจะสรุปว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน F.DIST ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อหาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับความแปรปรวน (ANOVA) โดยรับค่า F-statistic พร้อม Degrees of Freedom สองค่า คือ Numerator (df1) และ Denominator (df2) แล้วคืนค่าความน่าจะเป็น ถ้า cumulative = TRUE จะได้ CDF (ความน่าจะเป็นสะสมจากซ้าย) ถ้า cumulative = FALSE จะได้ PDF (ความหนาแน่น ณ จุดนั้น)

ที่เจ๋งคือ F.DIST รองรับทั้งสองโหมดในฟังก์ชันเดียว ทำให้นักสถิติใช้คำนวณทั้ง P-value (ต้องใช้ TRUE แล้วเอา 1 ลบ) และวาดเส้นโค้ง PDF ในกราฟเพื่อการนำเสนอได้ในฟังก์ชันเดียวกัน — ไม่ต้องสลับฟังก์ชัน

ส่วนตัวผม ใช้ F.DIST บ่อยในงาน ANOVA เมื่อต้องเปรียบเทียบความแปรปรวนของรายได้หรือคะแนนระหว่างทีม สิ่งที่ต้องระวังคือ cumulative ต้องระบุถูกต้องเสมอ และถ้าต้องการ P-value จริงๆ ผมจะใช้ F.DIST.RT โดยตรงเพราะได้ผลลัพธ์ในขั้นตอนเดียว 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *