DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
=DSUM(database, field, criteria)
=DSUM(database, field, criteria)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| database | Range | Yes | ฐานข้อมูล (Database) ที่ต้องการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ (Header) เสมอ | |
| field | Text/Number | Yes | ชื่อคอลัมน์ที่ต้องการหาผลรวม ใช้ชื่อคอลัมน์ในเครื่องหมายอัญประลัษณ์ เช่น “Amount” หรือใช้ตัวเลขหมายเลขลำดับคอลัมน์เช่น 3 | |
| criteria | Range | Yes | เขตเงื่อนไข (Criteria Range) ที่กำหนดเงื่อนไขการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นค่าเงื่อนไข |
DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E2) โดย E1 = "Department" และ E2 = "Sales"=DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E2)
โดย E1 = "Department" และ E2 = "Sales"
250,000
DSUM(A2:D10, "Profit", F1:G2) โดย F1="Department", F2="Sales", G1="Region", G2="Bangkok"=DSUM(A2:D10, "Profit", F1:G2)
โดย F1="Department", F2="Sales", G1="Region", G2="Bangkok"
85,000
DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E3) โดย E1="Department", E2="Sales", E3="IT"=DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E3)
โดย E1="Department", E2="Sales", E3="IT"
380,000
DSUM(A2:B50, "Salary", D1:D2) โดย D1="Department" และ D2="Engineering"=DSUM(A2:B50, "Salary", D1:D2)
โดย D1="Department" และ D2="Engineering"
1,250,000
DSUM ใช้เขต Criteria Range แยกออกมา ทำให้จัดการเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ง่าย (AND/OR) แต่ SUMIF ใช้เงื่อนไขโดยตรงในฟังก์ชัน SUMIF ดีเมื่อเงื่อนไขง่าย DSUM ดีเมื่อเงื่อนไขหลายตัว
บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์เดียวกับที่ใน Database Range บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นเงื่อนไข เงื่อนไขในบรรทัดเดียวกัน = AND, บรรทัดต่างกัน = OR
เช่น Database A:D มี 4 คอลัมน์ field=3 หมายถึงหาผลรวมคอลัมน์ที่ 3 (Column C) หรือใช้ชื่อคอลัมน์เช่น “Profit” ถ้าอยากชัดเจน
จะคืนค่า 0 (ศูนย์) เพราะไม่มีข้อมูลที่ตรงเงื่อนไข
ใช้ได้ Database Range ต้องเป็น 2D (แถวและหลัก) บรรทัดแรกเป็น Header เสมอ
DSUM (Database Sum) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาผลรวม (SUM) แต่มีเงื่อนไข คล้ายกับ SUMIF แต่ DSUM ใช้งานกับ Database Range ที่มีเงื่อนไขจากอีก Range นึง
ถ้า SUMIF ใช้สำหรับเงื่อนไขเดียว DSUM ใช้สำหรับเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะสามารถกำหนดเงื่อนไข AND ได้หลายข้อ และกำหนดเงื่อนไข OR ได้โดยการเพิ่มบรรทัดในเขตเงื่อนไข
อีกจุดสำคัญคือ DSUM ต้องให้ Database Range มีชื่อคอลัมน์อยู่บรรทัดแรก ไม่งั้นมันจะงง ว่ากำลังหารวมคอลัมน์ไหนอยู่