Thep Excel

DSUM – หาผลรวมจากฐานข้อมูลตามเงื่อนไข

DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

=DSUM(database, field, criteria)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
3/10

Difficulty
5/10

Usefulness
4/10

Syntax & Arguments

=DSUM(database, field, criteria)

Argument Type Required Default Description
database Range Yes ฐานข้อมูล (Database) ที่ต้องการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ (Header) เสมอ
field Text/Number Yes ชื่อคอลัมน์ที่ต้องการหาผลรวม ใช้ชื่อคอลัมน์ในเครื่องหมายอัญประลัษณ์ เช่น “Amount” หรือใช้ตัวเลขหมายเลขลำดับคอลัมน์เช่น 3
criteria Range Yes เขตเงื่อนไข (Criteria Range) ที่กำหนดเงื่อนไขการหาผลรวม บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์ บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นค่าเงื่อนไข

Examples

หาผลรวมพื้นฐาน – เงื่อนไขเดียว
DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E2) โดย E1 = "Department" และ E2 = "Sales"
หาผลรวม Amount (คอลัมน์ C) เฉพาะแถวที่ Department = "Sales" ผลลัพธ์คือ 250,000 บาท
Excel Formula:

=DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E2)
โดย E1 = "Department" และ E2 = "Sales"

Result:

250,000

เงื่อนไข AND (หลายเงื่อนไข)
DSUM(A2:D10, "Profit", F1:G2) โดย F1="Department", F2="Sales", G1="Region", G2="Bangkok"
หาผลรวม Profit เฉพาะแถวที่ Department="Sales" AND Region="Bangkok" ตรงเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อเท่านั้น
Excel Formula:

=DSUM(A2:D10, "Profit", F1:G2)
โดย F1="Department", F2="Sales", G1="Region", G2="Bangkok"

Result:

85,000

เงื่อนไข OR (หลายบรรทัด)
DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E3) โดย E1="Department", E2="Sales", E3="IT"
หาผลรวม Amount ของ Department="Sales" OR Department="IT" (บรรทัดต่างกัน = OR) ได้ 380,000 บาท
Excel Formula:

=DSUM(A2:C10, "Amount", E1:E3)
โดย E1="Department", E2="Sales", E3="IT"

Result:

380,000

หาผลรวมเงินเดือนตามแผนก
DSUM(A2:B50, "Salary", D1:D2) โดย D1="Department" และ D2="Engineering"
ตารางพนักงานมี Department และ Salary คอลัมน์ หาผลรวมเงินเดือนของแผนก Engineering = 1,250,000 บาท
Excel Formula:

=DSUM(A2:B50, "Salary", D1:D2)
โดย D1="Department" และ D2="Engineering"

Result:

1,250,000

FAQs

DSUM กับ SUMIF ต่างกันตรงไหน?

DSUM ใช้เขต Criteria Range แยกออกมา ทำให้จัดการเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ง่าย (AND/OR) แต่ SUMIF ใช้เงื่อนไขโดยตรงในฟังก์ชัน SUMIF ดีเมื่อเงื่อนไขง่าย DSUM ดีเมื่อเงื่อนไขหลายตัว

Criteria Range ต้องจัดวางแบบไหน?

บรรทัดแรกต้องมีชื่อคอลัมน์เดียวกับที่ใน Database Range บรรทัดที่ 2 ขึ้นไปเป็นเงื่อนไข เงื่อนไขในบรรทัดเดียวกัน = AND, บรรทัดต่างกัน = OR

Field หมายเลขคอลัมน์คืออะไร?

เช่น Database A:D มี 4 คอลัมน์ field=3 หมายถึงหาผลรวมคอลัมน์ที่ 3 (Column C) หรือใช้ชื่อคอลัมน์เช่น “Profit” ถ้าอยากชัดเจน

ถ้าเงื่อนไขไม่ตรงเลย DSUM จะคืนค่าอะไร?

จะคืนค่า 0 (ศูนย์) เพราะไม่มีข้อมูลที่ตรงเงื่อนไข

DSUM ใช้ได้กับข้อมูล 2 มิติ (2D) หรือ?

ใช้ได้ Database Range ต้องเป็น 2D (แถวและหลัก) บรรทัดแรกเป็น Header เสมอ

Resources & Related

Additional Notes

DSUM (Database Sum) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาผลรวม (SUM) แต่มีเงื่อนไข คล้ายกับ SUMIF แต่ DSUM ใช้งานกับ Database Range ที่มีเงื่อนไขจากอีก Range นึง

ถ้า SUMIF ใช้สำหรับเงื่อนไขเดียว DSUM ใช้สำหรับเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะสามารถกำหนดเงื่อนไข AND ได้หลายข้อ และกำหนดเงื่อนไข OR ได้โดยการเพิ่มบรรทัดในเขตเงื่อนไข

อีกจุดสำคัญคือ DSUM ต้องให้ Database Range มีชื่อคอลัมน์อยู่บรรทัดแรก ไม่งั้นมันจะงง ว่ากำลังหารวมคอลัมน์ไหนอยู่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *