ฟังก์ชันเก่าสำหรับทดสอบไคสแควร์ เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระของข้อมูล ควรใช้ CHISQ.TEST แทน
=CHITEST(actual_range, expected_range)
=CHITEST(actual_range, expected_range)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| actual_range | Range | Yes | ช่วงข้อมูลค่าสังเกต (Observed values) – ข้อมูลจริงที่คุณวัดหรือนับได้จากการทดลอง ต้องมีจำนวนเซลล์เท่ากับ expected_range | |
| expected_range | Range | Yes | ช่วงข้อมูลค่าคาดหวัง (Expected values) – ข้อมูลที่คาดว่าจะได้ตามทฤษฎี ควรมีค่าอย่างน้อย 5 ต่อหนึ่งเซลล์ |
CHITEST(A1:B3, C1:D3)=CHITEST(A1:B3, C1:D3)
0.05
CHITEST({10,20,30}, {15,15,20})=CHITEST({10,20,30}, {15,15,20})
0.12
CHISQ.TEST(A1:B3, C1:D3)=CHISQ.TEST(A1:B3, C1:D3)
ผลลัพธ์เหมือนกัน
CHITEST({50,40,60}, {45,45,60})=CHITEST({50,40,60}, {45,45,60})
0.64
ส่วนตัวผม มองว่า CHISQ.TEST คือ CHITEST รุ่นใหม่ ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกันแต่ CHISQ.TEST จะได้รับการสนับสนุนของ Microsoft อย่างต่อเนื่อง CHITEST อาจจะหายไปในอนาคต เลยแนะนำให้เปลี่ยนไป CHISQ.TEST เลยครับ
ผมมักใช้ 0.05 เป็นเกณฑ์ (significance level) ถ้า P-Value น้อยกว่า 0.05 แสดงว่าข้อมูลมีความสัมพันธ์กัน แต่บางครั้งผมใช้ 0.01 สำหรับงานที่ต้องความแม่นยำสูง เลือกเกณฑ์ให้เหมาะสับกับงานของคุณเองนะ
ผมเจอ error นี้ส่วนใหญ่เพราะ actual_range กับ expected_range มีจำนวนเซลล์ไม่เท่ากัน ลองตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่วงทั้งสองมีขนาดเท่ากันครับ
CHITEST เป็นฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่ใช้ทดสอบไคสแควร์ (Chi-Square Test) เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลจริงและข้อมูลที่คาดหวังนั้นมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ฟังก์ชันนี้ส่งคืนค่า P-Value ระหว่าง 0 ถึง 1 เพื่อบอกอัตราส่วนความน่าจะเป็นว่าความแตกต่างเกิดจากบังเอิญหรือจากความสัมพันธ์ที่แท้จริง.
ที่เจ๋งคือ CHITEST สามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าข้อมูลสองชุดนั้นเป็นอิสระจากกันจริง ๆ หรือเพียงแค่บังเอิญที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ.
ส่วนตัวผม ไม่แนะนำให้ใช้ CHITEST อีกต่อไปครับ เพราะ Microsoft ได้สร้าง CHISQ.TEST เข้ามาแทน ฟังก์ชันใหม่นี้จะได้รับการสนับสนุนและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ CHITEST อาจถูก ลบออกไปในเวอร์ชันอนาคต 😎