Thep Excel

DBคิดค่าเสื่อม (Fixed-Declining Balance)

DB คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบลดลงตามยอดคงเหลือ ค่าเสื่อมจะสูงในปีแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ

fx
=DB(cost, salvage, life, period, [month])

ความนิยม4/10
ความยาก6/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด ค่าเริ่มต้น คำอธิบาย
cost Number ราคาทุนของสินทรัพย์ (ราคาซื้อเดิม)
salvage Number มูลค่าซากของสินทรัพย์หลังจากจบอายุการใช้งาน (residual value)
life Number อายุการใช้งานของสินทรัพย์ (จำนวนปี หรือปีที่)
period Number ปีที่ต้องการคิดค่าเสื่อม (1 = ปีแรก, 2 = ปีที่ 2, เป็นต้น)
[month]ไม่บังคับ Number 12 จำนวนเดือนในปีแรกที่ใช้งาน (1-12) ถ้าไม่ระบุจะเป็น 12 เดือน

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

ฟังก์ชัน DB ช่วยคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์โดยใช้วิธี Fixed-Declining Balance (วิธีลดลงตามยอดคงเหลือ) ซึ่งเหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่ค่าลดลงเร็ว ๆ ในปีแรก เช่น รถยนต์ เครื่องจักร หรือเก่งอ่าว

ที่เจ๋งคือ DB รองรับการคิดค่าเสื่อมเมื่อสินทรัพย์ใช้งานไม่เต็มปี ผ่านพารามิเตอร์ month ทำให้สามารถคิดค่าเสื่อมแบบมีส่วนปี (partial year) ได้อย่างถูกต้อง

ส่วนตัวผม DB ชอบใช้สำหรับวิเคราะห์สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมแบบเร่งตัว เพราะค่าเสื่อมปีแรกจะสูงมาก ลดลงเรื่อยๆ ต่างจาก SLN ที่คิดเท่า ๆ กันทุกปี 😎

Examples

ค่าเสื่อมปีแรก (เต็มปี)DB(100000, 10000, 5, 1)

สินทรัพย์ราคา 100,000 ซาก 10,000 อายุ 5 ปี คิดค่าเสื่อมปีที่ 1 (12 เดือนเต็ม) ได้ 36,900 ซึ่งสูงสุดของอายุ 5 ปี

fx
=DB(100000, 10000, 5, 1)

ผลลัพธ์36,900
ค่าเสื่อมปีแรก (ใช้งานไม่เต็มปี)DB(100000, 10000, 5, 1, 6)

สินทรัพย์ซื้อมาตรงกลางปี (6 เดือนแรกเท่านั้น) ค่าเสื่อมปีแรกจึงเป็น 18,450 ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของ 36,900

fx
=DB(100000, 10000, 5, 1, 6)

ผลลัพธ์18,450
ค่าเสื่อมปีที่ 2DB(100000, 10000, 5, 2)

ค่าเสื่อมปีที่ 2 จะลดลงจากปีแรก เพราะฐาน (ยอดคงเหลือ) ลดลงแล้ว นี่คือลักษณะของ Fixed-Declining Balance

fx
=DB(100000, 10000, 5, 2)

ผลลัพธ์23,283.90
ส่วนปีหลังสุดDB(100000, 10000, 5, 5, 9)

ปีสุดท้ายถ้าสินทรัพย์ซื้อมาเดือนที่ 4 ปีแรก ปีสุดท้ายจะเหลือแค่ 9 เดือน ค่าเสื่อมจึงต่ำมาก

fx
=DB(100000, 10000, 5, 5, 9)

ผลลัพธ์6,705.06

FAQs

DB กับ SLN ต่างกันอย่างไร?+

DB (Fixed-Declining Balance) คิดค่าเสื่อมสูงในปีแรก แล้วลดน้อยลงเรื่อยๆ | SLN (Straight-Line) คิดค่าเสื่อมเท่าๆ กันทุกปี | ใช้ DB เมื่อสินทรัพย์หมดค่าเร็ว (รถยนต์, โนเบ็ก) | ใช้ SLN เมื่อหมดค่าสม่ำเสมอ (อาคาร, ที่ดิน)

ต้องใช้ DB หรือ DDB?+

DB = Fixed-Declining Balance (ลดลงตามอัตราคงที่) | DDB = Double-Declining Balance (ลดลงแบบสองเท่า = อัตราเร่งมากกว่า) | ใช้ DDB ถ้าต้องการค่าเสื่อมเร่งตัวมากขึ้น

month parameter ใช้ยังไง?+

ปกติคือ 12 (เต็มปี) ถ้าสินทรัพย์ซื้อตรงกลางปี ระบุจำนวนเดือนที่ใช้งานจริงในปีแรก เช่น ซื้อเดือนที่ 7 = ใช้งาน 6 เดือน ให้ใส่ month=6

ถ้า salvage > cost จะเกิดอะไร?+

จะได้ค่าผิดปกติ (อาจเป็น negative) เพราะ DB สมมติว่าซาก < ราคาทุนเสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจ

DB ใช้ได้ทุก Excel version ไหม?+

ใช้ได้ตั้งแต่ Excel 2007 ขึ้นไป รวมถึง Excel 365

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ DB จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้DBFinancial
Financial (4)
AMORDEGRC

คำนวณค่าเสื่อมราคาตามระบบบัญชีของฝรั่งเศส โดยใช้วิธี degressive (ลดลงตามลำดับ) ที่มีสัมประสิทธิ์เพิ่มเติมตามอายุของสินทรัพย์

DDB

DDB (Double-Declining Balance) ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แบบเร่ง ซึ่งให้ค่าเสื่อมสูงสุดในช่วงแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาเร็ว เช่น ยานพาหนะ หรือเครื่องมือ

SYD

ฟังก์ชัน SYD ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์โดยใช้วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-Years' Digits) ซึ่งเป็นวิธีการเสื่อมราคาแบบเร่งที่ให้ค่าเสื่อมมากในปีแรกและลดลงทีละน้อยตามที่สินทรัพย์เก่าลง

VDB

VDB คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงวดใดๆ ที่ระบุ รวมทั้งงวดบางส่วน โดยใช้วิธี Double-Declining Balance หรือวิธีอื่นๆ ที่คุณกำหนด

Text (1)
DBCS

DBCS แปลงข้อความ half-width (single-byte) เป็น full-width (double-byte) เหมือนฟังก์ชัน JIS

Math and trigonometry (1)
RANDBETWEEN

RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่