VDB คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงวดใดๆ ที่ระบุ รวมทั้งงวดบางส่วน โดยใช้วิธี Double-Declining Balance หรือวิธีอื่นๆ ที่คุณกำหนด
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| cost | Number | ต้นทุนเริ่มต้นของสินทรัพย์ | |
| salvage | Number | มูลค่าซากของสินทรัพย์เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน | |
| life | Number | จำนวนเต็มของงวดที่สินทรัพย์คาดว่าจะสามารถใช้งานได้ (เช่น 10 ปี) | |
| start_period | Number | งวดเริ่มต้นที่คุณต้องการคำนวณค่าเสื่อม (0 = วันแรก, 1 = ปีแรก) | |
| end_period | Number | งวดสิ้นสุดที่คุณต้องการคำนวณค่าเสื่อม | |
| [factor]ไม่บังคับ | Number | 2 | อัตราการลดลงของยอดคงเหลือ ค่าเริ่มต้นคือ 2 (Double-Declining = 2 เท่าของ Straight-Line) |
| [no_switch]ไม่บังคับ | Boolean/Number | FALSE (0) | หากเป็น TRUE หรือ 1 จะไม่เปลี่ยนไปใช้วิธี Straight-Line แม้ว่า Straight-Line จะให้ค่าเสื่อมที่สูงกว่า |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
VDB (Variable Declining Balance) เป็นฟังก์ชันที่ช่วยคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ตามงวด ซึ่งมีความยืดหยุ่นมากกว่า SL หรือ DB เนื่องจากสามารถคำนวณสำหรับงวดบางส่วนและมีตัวอักษร Factor ที่ปรับแต่งได้
สิ่งที่เจ๋ง: VDB จะเปลี่ยนจากวิธี Declining Balance ไปใช้ Straight-Line ตอนที่ Straight-Line ให้ค่าเสื่อมที่สูงกว่า (ยกเว้น no_switch = TRUE) วิธีนี้เหมาะกับสินทรัพย์ที่ต้องเสื่อมเร็วในตอนแรก แล้วเสื่อมช้าลงในภายหลัง
ส่วนตัวผม VDB ยังมีประโยชน์มากเวลาต้องคิดค่าเสื่อมสำหรับ Fractional Period (เช่น ซื้อสินทรัพย์ครึ่งปี) เพราะฟังก์ชันอื่นมักจะไม่ค่อยจัดการเรื่องนี้ได้ดี
สินทรัพย์ต้นทุน 10,000 มูลค่าซาก 1,000 อายุ 5 ปี หาค่าเสื่อมจากปีที่ 0 ถึง 1 (ปีแรก) ด้วยวิธี Double-Declining Balance ได้ 4,000
สินทรัพย์เดิม แต่คิดค่าเสื่อมจากปีที่ 1 ถึง 2 ได้ 2,400 (น้อยลงเพราะฐานค่าเสื่อมลดลง)
สินทรัพย์ 2,400 อายุ 10 ปี ซื้อมาครึ่งปี (start_period 0 ถึง 0.5) ได้ค่าเสื่อม 240 สำหรับครึ่งปีแรก
ใช้ Factor = 3 (Triple-Declining) แทน 2 จะได้ค่าเสื่อมสูงขึ้นในปีแรก (6,000 แทน 4,000)
DDB เป็นการคำนวณค่าเสื่อมแบบ Double-Declining Balance สำหรับช่วงเวลาปกติ ส่วน VDB มีความยืดหยุ่นมากกว่า: ใช้ Factor ได้ปรับแต่งได้ สามารถคำนวณเศษงวดได้ และสามารถเลือกว่าจะไม่เปลี่ยนไปใช้ Straight-Line ได้ (no_switch)
เป็นงวดที่ต้องการคำนวณค่าเสื่อม ช่วงตั้งแต่ 0 ถึง life แต่ละหน่วยหมายถึงหนึ่งงวด (ปี เดือน วัน ขึ้นอยู่กับบริบท) สามารถใช้เลขทศนิยมได้สำหรับงวดบางส่วน เช่น 0.5 = ครึ่งงวด
Factor = 2 แปลว่า Double-Declining Balance (DDB) กล่าวคือเสื่อมด้วยอัตรา 2 เท่าของ Straight-Line ถ้า Straight-Line คือ 1/5 = 20% ต่อปี แล้ว DDB คือ 40% ต่อปี
Declining Balance สูงที่ตอนแรก แล้วลดลง Straight-Line สม่ำเสมอตลอด โดยปกติ VDB จะเปลี่ยนไปใช้ Straight-Line เมื่อมันให้ค่าเสื่อมที่สูงขึ้น (เพื่อลดผลกระทบจาก Salvage Value) แต่ถ้าคุณต้องการ DDB บริสุทธิ์ ให้ใช้ no_switch = TRUE
ได้ครับ VDB สามารถจัดการเศษงวดได้ เช่น start_period = 0, end_period = 0.5 จะคำนวณค่าเสื่อมสำหรับครึ่งงวด (ถ้าหน่วยเป็นปี ก็คือ 6 เดือน)
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ VDB จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
DB คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบลดลงตามยอดคงเหลือ ค่าเสื่อมจะสูงในปีแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ
DDB (Double-Declining Balance) ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แบบเร่ง ซึ่งให้ค่าเสื่อมสูงสุดในช่วงแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาเร็ว เช่น ยานพาหนะ หรือเครื่องมือ
PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม
SLN คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง (Straight-Line Depreciation) เท่า ๆ กันทุกปี จนกว่าทรัพย์สินจะถึงมูลค่าซาก
ฟังก์ชัน SYD ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์โดยใช้วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-Years' Digits) ซึ่งเป็นวิธีการเสื่อมราคาแบบเร่งที่ให้ค่าเสื่อมมากในปีแรกและลดลงทีละน้อยตามที่สินทรัพย์เก่าลง
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่