Thep Excel

YIELDDISCคำนวณผลตอบแทนรายปีของตราสารลดราคา

YIELDDISC คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารลดราคา (discounted securities) เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills) โดยพิจารณาจากราคาปัจจุบัน ราคาที่เรียกคืน และระยะเวลา

fx
=YIELDDISC(settlement, maturity, pr, redemption, [basis])

ความนิยม4/10
ความยาก6/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 11 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
settlement date วันที่ชำระคืน – วันที่ผู้ซื้อเข้าครอบครองตราสาร (วันซื้อขาย)
maturity date วันที่ครบกำหนด – วันที่ตราสารหมดอายุและผู้ออกจ่ายคืนเต็มมูลค่า
pr number ราคา – ราคาซื้อของตราสารต่อเงินมูลค่าหน้าตั๋ว 100 บาท (หรือสกุลเงินอื่น) เช่น 95 หมายถึง 95 บาทต่อ 100 บาท
redemption number มูลค่าที่เรียกคืน – มูลค่าหน้าตั๋วของตราสาร (ปกติ 100) อาจสูงกว่า 100 ในบางกรณี
[basis]ไม่บังคับ number พื้นฐานการนับวัน (0-4): 0=30/360 (NASD), 1=actual/actual, 2=actual/360, 3=actual/365, 4=European 30/360

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

YIELDDISC ใช้สำหรับการวิเคราะห์ความสะดวกในการลงทุนของตราสารที่จำหน่ายในราคาลดราคา นั่นคือผู้ลงทุนซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่าหน้าตั๋ว และเมื่อครบกำหนด ผู้ออกตราสารจะจ่ายคืนเต็มมูลค่า ผลต่างระหว่างราคาซื้อและมูลค่าหน้าตั๋วคือผลตอบแทน

เจ๋งเรื่อง YIELDDISC คือมันช่วยให้คุณเปรียบเทียบตราสารลดราคาหลายตัวได้ง่าย แม้ว่าจะมีวันที่ต่างกัน เพราะมันแปลงผลตอบแทนออกมาเป็นอัตราประจำปี (annual yield) แบบเดียวกันหมด ไม่ว่าระยะเวลาจะยาวหรือสั้นแค่ไหน

ส่วนตัวผม มักใช้ YIELDDISC เมื่อต้องหาที่ลงทุนระยะสั้นที่ปลอดภัย เพราะสามารถเปรียบเทียบตั๋วเงินแต่ละตั๋วได้อย่างยุติธรรม ผลตอบแทนสูงไม่ได้หมายถึงการลงทุนที่ดี ถ้าปลายสั้นเท่านั้น แต่ YIELDDISC ช่วยให้เห็นภาพชัด

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – ตั๋วเงินธนาคารสหรัฐฯYIELDDISC(DATE(2025,1,15), DATE(2025,4,15), 98.5, 100)

ซื้อตั๋วเงินในวันที่ 15 มกราคม 2025 ในราคา 98.50 บาทต่อ 100 บาท ครบกำหนดในวันที่ 15 เมษายน 2025 (3 เดือน) ผลตอบแทนต่อปีคือ 6.09%

fx
=YIELDDISC(DATE(2025,1,15), DATE(2025,4,15), 98.5, 100)

ผลลัพธ์0.060914 หรือ 6.09% ต่อปี
ตัวอย่างเชิงปฏิบัติ – เปรียบเทียบตั๋วเงินสองตัวตั๋วเงิน A: =YIELDDISC(A2, A3, A4, 100) ตั๋วเงิน B: =YIELDDISC(B2, B3, B4, 100)

ตั๋วเงิน B ให้ผลตอบแทนต่อปีสูงกว่า แม้ว่าระยะเวลาและราคาต่างกัน YIELDDISC ช่วยให้เปรียบเทียบได้อย่างยุติธรรม

fx
ตั๋วเงิน A: =YIELDDISC(A2, A3, A4, 100)
ตั๋วเงิน B: =YIELDDISC(B2, B3, B4, 100)

ผลลัพธ์ตั๋วเงิน A: 5.5% ต่อปี, ตั๋วเงิน B: 5.8% ต่อปี
ตัวอย่างขั้นสูง – ระยะเวลาสั้นมากYIELDDISC(DATE(2025,3,1), DATE(2025,3,31), 99.8, 100, 2)

ตั๋วเงินระยะ 1 เดือน ราคา 99.80 บาท มูลค่า 100 บาท ใช้ basis 2 (actual/360 – วิธีการนับวันของตลาดอเมริกา) ผลตอบแทนต่อปีจะสูงกว่าเนื่องจากระยะเวลาสั้น

fx
=YIELDDISC(DATE(2025,3,1), DATE(2025,3,31), 99.8, 100, 2)

ผลลัพธ์0.024048 หรือ 2.40% ต่อปี

FAQs

YIELDDISC ต่างจาก YIELD อย่างไร?+

YIELDDISC ใช้สำหรับตราสารลดราคา (จ่ายรายปีเมื่อครบกำหนด) ส่วน YIELD ใช้สำหรับพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นระยะ YIELDDISC ง่ายกว่าเพราะมี 4 พารามิเตอร์ YIELD มี 6 พารามิเตอร์

ราคา (pr) ต้องเป็นตัวเลขประเภทไหน?+

ราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหน้าตั๋ว 100 บาท เช่น 95 = 95 บาทต่อ 100 บาท ค่าต้องมากกว่า 0 และน้อยกว่า redemption value โดยปกติระหว่าง 50-100

Basis 0 กับ Basis 1 แตกต่างอย่างไร?+

Basis 0 (NASD/30/360) – นับวันเป็นเดือน 30 วัน ปี 360 วัน (ใช้ในสหรัฐฯ โดยทั่วไป) Basis 1 (actual/actual) – นับจำนวนวันจริง (แม่นยำกว่า)

ทำไมผลตอบแทนของตั๋วเงินสั้นถึงสูง?+

เพราะ YIELDDISC แปลงออกมาเป็นอัตรารายปี ตั๋วเงิน 1 เดือนที่ได้ 0.5% จะเท่ากับ 6% ต่อปี เพราะสามารถหมุนเวียนเงินได้ 12 ครั้งต่อปี

ใช้ YIELDDISC กับตราสารไหนได้บ้าง?+

ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills), ตั๋วสัญญาใจ, ธนบัตรเงินสด หรือตราสารลดราคาใดๆ ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยเป็นระยะ จ่ายรวมทุกอย่างเมื่อครบกำหนด

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ YIELDDISC จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้YIELDDISCFinancial
Financial (8)
DURATION

DURATION คำนวณ Macaulay Duration ของหลักทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการวัดอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสด ใช้วัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

ODDLPRICE

ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ

PRICE

PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย

PRICEDISC

PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน

TBILLPRICE

TBILLPRICE คำนวณราคาที่ต้องจ่ายต่อมูลค่าหน้าตั๋ว $100 ของตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) จากวันซื้อ วันครบกำหนด และอัตราส่วนลดต่อปี

TBILLYIELD

TBILLYIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของตั๋วเงินคลังในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยอ้างอิงจากวันซื้อ วันครบกำหนด และราคาซื้อ

YIELD

YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่

YIELDMAT

YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่