ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| settlement | Date | วันที่ชำระคืน – วันที่ตราสารถูกซื้อขาย (settlement date) ซึ่งเป็นวันที่หลังจากวันออกตราสารเมื่อตราสารถูกโอนให้แก่ผู้ซื้อ |
| maturity | Date | วันที่ครบกำหนด – วันที่ตราสารหมดอายุและชำระคืนเงินหน้าตั๋ว |
| last_interest | Date | วันที่จ่ายคูปองสุดท้าย – วันที่จ่ายดอกเบี้ยคูปองครั้งสุดท้ายก่อนการชำระคืน |
| rate | Number | อัตราคูปองรายปี – อัตราดอกเบี้ยคูปองประจำปีของตราสาร (แสดงเป็นเดซิมัล เช่น 0.05 สำหรับ 5%) |
| yld | Number | อัตราผลตอบแทนประจำปี – อัตราผลตอบแทนต่อปีที่ผู้ลงทุนต้องการหรือคาดว่าจะได้รับ (แสดงเป็นเดซิมัล เช่น 0.06 สำหรับ 6%) |
| redemption | Number | มูลค่าที่ชำระคืน – ราคาชำระคืนต่อเงินหน้าตั๋ว $100 (โดยทั่วไปคือ 100 แต่อาจแตกต่างกันได้) |
| frequency | Number | ความถี่ในการจ่ายคูปอง – จำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี (1 = รายปี, 2 = รายครึ่งปี, 4 = รายไตรมาส) |
| [basis]ไม่บังคับ | Number | พื้นฐานการนับวัน – วิธีการนับวันในการคำนวณดอกเบี้ย (0 = 30/360, 1 = actual/actual, 2 = actual/360, 3 = actual/365, 4 = 30/360 European) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ODDLPRICE ใช้คำนวณราคาของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก นั่นคือตราสารที่จ่ายคูปองสุดท้ายไม่เป็นไปตามช่วงคูปองปกติ อาจสั้นกว่า (short odd) หรือยาวกว่า (long odd) เทพจะหาราคาตามที่ผู้ลงทุนควรจ่ายซื้อตราสารหรือผลตอบแทนที่ต้องการ
ที่เจ๋งคือ ODDLPRICE เป็นฟังก์ชันเฉพาะทางสำหรับการวิเคราะห์ตราสารหนี้ที่มีลักษณะพิเศษ ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์พันธบัตรหรือตราสารทางการเงินที่มีช่วงคูปองสุดท้ายที่แตกต่างจากปกติ
ส่วนตัวผมแนะนำให้คุณตรวจสอบว่าข้อมูลวันที่และอัตราคูปองถูกต้องก่อนใช้ฟังก์ชันนี้ เพราะการคำนวณทางการเงินต้องมีความแม่นยำสูง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับพื้นฐานการนับวัน (basis) ที่ระบุด้วย
พันธบัตรมีวันชำระคืน 15 มิถุนายน 2024 ครบกำหนด 31 ธันวาคม 2025 อัตราคูปอง 5% ต่อปี ผู้ลงทุนต้องการผลตอบแทน 6% ต่อปี จึงควรซื้อในราคา 98.54 ต่อเงินหน้าตั๋ว $100
ใช้เซลล์สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้สามารถอัปเดตค่าได้ง่ายโดยไม่ต้องแก้ไขสูตร A2=settlement, A3=maturity, A4=last_interest, B2=rate, B3=yld
พันธบัตรมีช่วงคูปองสุดท้ายที่ยาวกว่าปกติ (จากวันที่ 30 มิถุนายน 2023 ถึง 30 มิถุนายน 2026) ใช้ basis 1 (actual/actual) สำหรับการนับวันที่แม่นยำที่สุด
เมื่ออัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (8%) สูงกว่าอัตราคูปอง (3%) ราคาพันธบัตรจะต่ำกว่าราคาที่ตราไว้ (par value) คือต่ำกว่า 100 — วันซื้อ (settlement) ต้องอยู่หลังวันจ่ายคูปองครั้งสุดท้าย (last_interest) เสมอ
ODDLPRICE ใช้คำนวณราคาของตราสารหนี้ (เช่น พันธบัตร) ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก หมายความว่าตราสารจ่ายดอกเบี้ยสุดท้ายไม่เป็นไปตามช่วงคูปองปกติ อาจเนื่องจากวันออกตราสารหรือวันครบกำหนดไม่ตรงกับช่วงคูปองมาตรฐาน
Settlement date คือวันที่ตราสารถูกซื้อขายและส่งมอบให้ผู้ซื้อ Maturity date คือวันที่ตราสารหมดอายุและออกแบบเงินหน้าตั๋ว ระหว่างสองวันนี้คือระยะเวลาที่ผู้ลงทุนถือครองตราสาร
Last_interest คือวันที่จ่ายดอกเบี้ยคูปองครั้งสุดท้าย ในตราสารปกติสิ่งนี้จะเป็นวันที่เหนือช่วงคูปองขั้นต่ำ แต่ในตราสารที่มีช่วงคูปองแปลก วันนี้อาจอยู่นอกรูปแบบปกติ
Frequency ระบุจำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี: 1 = รายปี (ปกติสำหรับพันธบัตรนอกประเทศ), 2 = รายครึ่งปี (ปกติสำหรับพันธบัตรสหรัฐฯ), 4 = รายไตรมาส
Basis ส่งผลต่อการคำนวณจำนวนวันระหว่างวันต่างๆ ซึ่งมีผลต่อดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายและการคำนวณราคา สำหรับตราสารที่มีช่วงคูปองแปลก การเลือก basis ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก
ผลลัพธ์คือราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ตัวอย่างเช่น ถ้าฟังก์ชันคืนค่า 98.50 หมายความว่าตราสารควรซื้อในราคา $98.50 ต่อเงินหน้าตั๋ว $100
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ODDLPRICE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ
ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ
PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน
PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ
YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่
YIELDDISC คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารลดราคา (discounted securities) เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills) โดยพิจารณาจากราคาปัจจุบัน ราคาที่เรียกคืน และระยะเวลา
YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่