PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| settlement | Date | วันที่ซื้อพันธบัตร (วันที่สินทรัพย์ถูกโอนให้ผู้ซื้อ) |
| maturity | Date | วันที่พันธบัตรครบกำหนด (วันที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน) |
| rate | Number (Percentage) | อัตราดอกเบี้ยประจำปี (Coupon Rate) ของพันธบัตร เป็นเปอร์เซ็นต์เช่น 0.05 หรือ 5% |
| yld | Number (Percentage) | ผลตอบแทนประจำปีที่นักลงทุนต้องการ (Annual Yield) เป็นเปอร์เซ็นต์ |
| redemption | Number | มูลค่าไถ่ถอน (Redemption Value) ต่อ 100 บาท มูลค่าหน้า ปกติ = 100 |
| frequency | Number | จำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี: 1 = ปีละครั้ง, 2 = ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี), 4 = ไตรมาส |
| [basis]ไม่บังคับ | Number | วิธีการนับวัน (0-4): 0=US 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน PRICE ใช้คำนวณราคาของพันธบัตร (Bond Price) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ เมื่อคุณต้องการรู้ว่าพันธบัตรควรมีราคาเท่าไรในปัจจุบัน
ที่เจ๋งคือ PRICE จะพิจารณาหลายปัจจัย คือ ระยะเวลาจนถึงครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยที่พันธบัตรจ่ายให้ และผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ ถ้าผลตอบแทนสูงขึ้น ราคาจะลดลง เพราะเสี่ยงมากขึ้น ถ้าผลตอบแทนลดลง ราคาจะเพิ่มขึ้น เพราะเสี่ยงน้อยลง
ส่วนตัวผม ฟังก์ชัน PRICE มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ทางการเงิน และแผนกบัญชี ที่ต้องการประเมินมูลค่าพันธบัตรอย่างแม่นยำ 😎
พันธบัตรซื้อในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2008 ครบกำหนด 15 พฤศจิกายน 2017 อัตราดอกเบี้ย 5.75% ผลตอบแทนที่ต้องการ 6.5% จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี) ผลลัพธ์คือ ราคาพันธบัตรควรเป็น 94.63 บาท ต่อมูลค่า 100 บาท
พันธบัตรจะครบกำหนดในวันสิ้นปี 2035 อัตราดอกเบี้ย 4% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทน 5% (สูงกว่า) จึงทำให้ราคาลดลงต่ำกว่า 100 บาท เพราะตลาดรู้ว่าจะได้รับเงินดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ต้องการ
พันธบัตรมีอัตราดอกเบี้ยสูง 8% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทนเพียง 6% (ต่ำกว่า) ดังนั้นราคาจึงสูงกว่า 100 บาท (ได้ 110.01 บาท) เพราะผู้ซื้อเต็มใจจ่ายราคาแพงเพื่อได้ดอกเบี้ยที่มากขึ้น จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน (frequency=4)
เมื่อผลตอบแทนตลาดเท่ากับอัตราดอกเบี้ย (5% = 5%) ราคาจะเท่ากับ 100 บาท แต่เมื่อผลตอบแทนสูงขึ้นเป็น 7% ราคาจะลดลง นี่คือหลักการพื้นฐาน: ราคาพันธบัตรและผลตอบแทนมีความสัมพันธ์แบบผกผัน
PRICE ใช้กับพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (Coupon Bond) ส่วน PRICEDISC ใช้กับพันธบัตรลดราคา (Discount Bond) ที่ซื้อต่ำกว่ามูลค่าหน้า แล้วจ่ายเต็มมูลค่าเมื่อครบกำหนด
เพราะผลตอบแทนสูงขึ้นหมายความว่าตลาดรู้สึกเสี่ยงมากขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาจึงต้องลดลงเพื่อให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ตัวอย่าง: ถ้าคุณต้องการผลตอบแทน 10% แต่พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยเพียง 5% คุณต้องซื้อด้วยราคาต่ำเพื่อชดเชยผลต่างนั้น
ใช่ Settlement คือวันที่คุณซื้อพันธบัตร ส่วน Maturity คือวันครบกำหนดที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน ระยะเวลาระหว่างสองวันนี้มีผลต่อจำนวนวันเบี้ยที่ได้รับ ดังนั้นต้องแยกให้ชัดเจน
ใช้ได้กับพันธบัตรแบบดั้งเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เฉพาะ แต่ไม่ใช้กับพันธบัตร Zero Coupon (ไม่มีดอกเบี้ยงวด) หรือสินทรัพย์พิเศษ ต้องใช้สูตรอื่นแทน
Basis คือวิธีการนับวัน ประเทศต่างๆ ใช้วิธีต่างกัน เช่น สหรัฐใช้ 30/360 (ถือว่าเดือนหมด 30 วัน) อังกฤษใช้ Actual/Actual (นับวันจริง) การเลือก Basis ที่ถูกต้องจะทำให้ผลลัพธ์แม่นยำตามมาตรฐานประเทศ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ PRICE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ACCRINT คืนค่าดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา (Periodic Interest)
แปลงราคาดอลลาร์ที่เป็นเศษส่วนให้เป็นทศนิยม โดยใช้ตัวหารที่กำหนด
DURATION คำนวณ Macaulay Duration ของหลักทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการวัดอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสด ใช้วัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน
ODDFPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก (ช่วงเวลาสั้นหรือยาว) ใช้สำหรับตราสารโบนด์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งแรกไม่ปกติ เช่น โบนด์ที่ออกในช่วงกลางระหว่างวันชำระปกติ
ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ
ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ
ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ
PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน
PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์
TBILLPRICE คำนวณราคาที่ต้องจ่ายต่อมูลค่าหน้าตั๋ว $100 ของตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) จากวันซื้อ วันครบกำหนด และอัตราส่วนลดต่อปี
YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่
YIELDDISC คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารลดราคา (discounted securities) เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills) โดยพิจารณาจากราคาปัจจุบัน ราคาที่เรียกคืน และระยะเวลา
YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่