FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| rate | Number | อัตราดอกเบี้ยต่องวด (ต้องสอดคล้องกับ nper เช่น ถ้าสัญญาเป็นรายปี rate ต้องเป็นรายปี) |
| nper | Number | จำนวนงวดการจ่ายเงินทั้งหมด (เช่น ถ้าออมรายเดือนเป็นเวลา 5 ปี = 60 งวด) |
| pmt | Number | จำนวนเงินที่จ่ายต่องวด (ถ้าจ่ายออก ใส่เลขลบ, ถ้ารับเข้า ใส่เลขบวก) |
| [pv]ไม่บังคับ | Number | มูลค่าปัจจุบัน คือเงินทีมีอยู่ตอนนี้หรือ Lump sum ที่ลงทุน (ถ้าไม่ระบุ default = 0) |
| [type]ไม่บังคับ | Number | ระบุว่าจ่ายเงินเมื่อไหร่ (0 = สิ้นงวด ค่าเริ่มต้น, 1 = ต้นงวด) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
FV เป็นฟังก์ชันทางการเงินที่ใช้คำนวณว่าเงินของคุณจะโตเท่าไหร่หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง
ที่เจ๋งคือ FV ยอมรับทั้งการจ่ายเงินแบบงวด (เหมือนออมเดือนละ 1,000 บาท) หรือเงินลงทุนครั้งเดียว (Lump sum) ได้ ซึ่งจะแตกต่างกับ NPER ที่คำนวณจำนวนงวด
ส่วนตัวผมแล้ว ส่วนที่ต้องระวังมากคือ เรื่อง sign (บวก/ลบ) ของตัวเลข ถ้าเงินไหลออก (จ่าย) ต้องใส่ลบ (-) ส่วนเงินไหลเข้า (รับ) ใส่บวก (+) ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
คำนวณมูลค่าหลังจากออมเดือนละ 1,000 บาท (-1000 เพราะเป็นเงินจ่ายออก) เป็นเวลา 60 เดือน (5 ปี) ที่ดอกเบี้ย 2%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์คือ 63,047.36 บาท
ลงทุนเงินสดครั้งเดียว 100,000 บาท (-100000) โดยไม่มีการจ่ายเงินเพิ่มเติม (pmt = 0) เป็นเวลา 10 ปี ที่อัตรา 5% ต่อปี มูลค่าในอนาคต = 162,889.46 บาท
เริ่มต้นด้วยเงิน 50,000 บาท (-50000 เป็นเงินลงทุนครั้งแรก) บวกกับการออมเดือนละ 2,000 บาท (-2000) เป็นเวลา 36 เดือน (3 ปี) ที่อัตรา 3%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์ = 129,943.69 บาท
ออมต้นเดือนละ 1,500 บาท (type = 1) เป็นเวลา 24 เดือน ที่ดอกเบี้ย 2.4%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์สูงกว่าการจ่ายสิ้นงวด เพราะฝากต้นเดือนทำให้เงินแต่ละงวดได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 เดือนเทียบกับฝากปลายเดือน สะสม 24 งวดจึงต่างกันชัดเจน = 36,913.95 บาท
ฝ่ายบัญชีกันเงินเดือนละ 5,000 บาทเข้าบัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพื่อสะสมไว้เปลี่ยนเครื่องจักรในอีก 4 ปี (48 เดือน) ผลลัพธ์ 259,798.00 บาท มากกว่าเงินต้นที่ฝากจริง (5,000×48 = 240,000 บาท) อยู่ 19,798 บาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยทบต้นที่ได้มาฟรี — นี่คือการใช้ FV แบบที่คนทำบัญชีเจอบ่อยที่สุด คือวางแผนกันเงินสำรองล่วงหน้าแทนการตั้งงบก้อนเดียว
Excel ใช้หลัก Cash Flow: เงินไหลออกจากกระเป๋าเรา (จ่ายออม, ลงทุน) ใส่เป็นเลขลบ เงินไหลเข้ากระเป๋าเรา (รับผลตอบแทน) ใส่เป็นเลขบวก จุดสำคัญคือ pmt และ pv ต้องมีเครื่องหมายเดียวกันเสมอถ้าทั้งคู่เป็นเงินที่เราจ่ายออก (เช่น pv = -50000 ฝากครั้งแรก, pmt = -2000 ฝากต่อเนื่อง) ถ้าใส่ผิดเครื่องหมาย ผลลัพธ์จะติดลบทั้งก้อนทั้งที่ควรเป็นยอดเงินที่ได้รับ
Type 0 (ค่าเริ่มต้น ไม่ต้องใส่ก็ได้) = จ่ายเงินปลายงวด เช่น เงินเดือนออกสิ้นเดือนแล้วค่อยโอนเข้าออม | Type 1 = จ่ายเงินต้นงวด เช่น หักบัญชีอัตโนมัติวันที่ 1 ของเดือน เงินที่ฝากต้นงวดจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 งวดเทียบกับฝากปลายงวด ผลลัพธ์จึงสูงกว่าเล็กน้อยเสมอเมื่อเงื่อนไขอื่นเหมือนกัน
FV ใช้เมื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดช่วงเวลา ส่วน FVSCHEDULE ใช้เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงในแต่ละงวด (เช่น ปีแรก 2%, ปีที่สอง 2.5%, ปีที่สาม 3%) โดย FVSCHEDULE รับเฉพาะเงินต้นก้อนเดียว ไม่รองรับการจ่ายเป็นงวดแบบ pmt ถ้าต้องคำนวณทั้งเงินต้นและเงินฝากต่อเนื่องพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนทุกปี ต้องแยกคำนวณทีละช่วงแล้วนำผลไปต่อกัน
#NUM! ส่วนใหญ่เกิดจาก rate ติดลบมากจนทำให้ (1+rate) ติดลบ แล้วยกกำลัง nper ที่ไม่ใช่จำนวนเต็มไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์ หรือเกิดจาก nper ติดลบทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ให้เช็คว่า rate ที่ใส่มาจากเปอร์เซ็นต์ที่พิมพ์ผิดหรือไม่ (เช่น พิมพ์ 20 แทน 2% ทำให้ rate = 20 ซึ่งสูงเกินจริงมาก) และเช็คว่าหน่วยของ nper กับ rate สอดคล้องกัน
FV เป็นฟังก์ชันการเงินพื้นฐานของ Excel ใช้ได้ทั้ง Microsoft 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016 ย้อนไปถึง Excel รุ่นเก่ามาก ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวอร์ชันเหมือนฟังก์ชันใหม่ๆ อย่าง XLOOKUP หรือ LET
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
EFFECT คำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Annual Rate) จากอัตราดอกเบี้ยที่ระบุ (Nominal Rate) และความถี่ของการทบต้น
คำนวณมูลค่าในอนาคตของเงินต้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วง
คำนวณจำนวนงวดที่ต้องใช้ในการชำระเงินให้หมดโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย, เงินที่ชำระต่องวด, เงินต้น, และเป้าหมายเงินที่เหลือ
คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต
PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม
PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่