Thep Excel

FVคำนวณค่าลงทุนในอนาคต

FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน

fx
=FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])

ความนิยม5/10
ความยาก6/10
ประโยชน์7/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
rate Number อัตราดอกเบี้ยต่องวด (ต้องสอดคล้องกับ nper เช่น ถ้าสัญญาเป็นรายปี rate ต้องเป็นรายปี)
nper Number จำนวนงวดการจ่ายเงินทั้งหมด (เช่น ถ้าออมรายเดือนเป็นเวลา 5 ปี = 60 งวด)
pmt Number จำนวนเงินที่จ่ายต่องวด (ถ้าจ่ายออก ใส่เลขลบ, ถ้ารับเข้า ใส่เลขบวก)
[pv]ไม่บังคับ Number มูลค่าปัจจุบัน คือเงินทีมีอยู่ตอนนี้หรือ Lump sum ที่ลงทุน (ถ้าไม่ระบุ default = 0)
[type]ไม่บังคับ Number ระบุว่าจ่ายเงินเมื่อไหร่ (0 = สิ้นงวด ค่าเริ่มต้น, 1 = ต้นงวด)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

FV เป็นฟังก์ชันทางการเงินที่ใช้คำนวณว่าเงินของคุณจะโตเท่าไหร่หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

ที่เจ๋งคือ FV ยอมรับทั้งการจ่ายเงินแบบงวด (เหมือนออมเดือนละ 1,000 บาท) หรือเงินลงทุนครั้งเดียว (Lump sum) ได้ ซึ่งจะแตกต่างกับ NPER ที่คำนวณจำนวนงวด

ส่วนตัวผมแล้ว ส่วนที่ต้องระวังมากคือ เรื่อง sign (บวก/ลบ) ของตัวเลข ถ้าเงินไหลออก (จ่าย) ต้องใส่ลบ (-) ส่วนเงินไหลเข้า (รับ) ใส่บวก (+) ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: ออมเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี ดอกเบี้ย 2% ต่อปีFV(2%/12, 60, -1000)

คำนวณมูลค่าหลังจากออมเดือนละ 1,000 บาท (-1000 เพราะเป็นเงินจ่ายออก) เป็นเวลา 60 เดือน (5 ปี) ที่ดอกเบี้ย 2%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์คือ 63,047.36 บาท

fx
=FV(2%/12, 60, -1000)

ผลลัพธ์63,047.36 บาท
ตัวอย่างการลงทุนครั้งเดียว: ลงทุน 100,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี ดอกเบี้ย 5% ต่อปีFV(5%, 10, 0, -100000)

ลงทุนเงินสดครั้งเดียว 100,000 บาท (-100000) โดยไม่มีการจ่ายเงินเพิ่มเติม (pmt = 0) เป็นเวลา 10 ปี ที่อัตรา 5% ต่อปี มูลค่าในอนาคต = 162,889.46 บาท

fx
=FV(5%, 10, 0, -100000)

ผลลัพธ์162,889.46 บาท
ตัวอย่างผสม: มีเงินเริ่มต้น 50,000 บาท + ออมเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี ดอกเบี้ย 3% ต่อปีFV(3%/12, 36, -2000, -50000)

เริ่มต้นด้วยเงิน 50,000 บาท (-50000 เป็นเงินลงทุนครั้งแรก) บวกกับการออมเดือนละ 2,000 บาท (-2000) เป็นเวลา 36 เดือน (3 ปี) ที่อัตรา 3%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์ = 129,943.69 บาท

fx
=FV(3%/12, 36, -2000, -50000)

ผลลัพธ์129,943.69 บาท
ตัวอย่างการจ่ายต้นงวด: ออมต้นเดือนละ 1,500 บาท เป็นเวลา 2 ปี ดอกเบี้ย 2.4% ต่อปีFV(2.4%/12, 24, -1500, 0, 1)

ออมต้นเดือนละ 1,500 บาท (type = 1) เป็นเวลา 24 เดือน ที่ดอกเบี้ย 2.4%/12 ต่อเดือน ผลลัพธ์สูงกว่าการจ่ายสิ้นงวด เพราะฝากต้นเดือนทำให้เงินแต่ละงวดได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 เดือนเทียบกับฝากปลายเดือน สะสม 24 งวดจึงต่างกันชัดเจน = 36,913.95 บาท

fx
=FV(2.4%/12, 24, -1500, 0, 1)

ผลลัพธ์36,913.95 บาท
ตัวอย่างงานบัญชี: ตั้งกองทุนสำรองเปลี่ยนเครื่องจักร เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 4 ปี ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 4% ต่อปีFV(4%/12, 48, -5000)

ฝ่ายบัญชีกันเงินเดือนละ 5,000 บาทเข้าบัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพื่อสะสมไว้เปลี่ยนเครื่องจักรในอีก 4 ปี (48 เดือน) ผลลัพธ์ 259,798.00 บาท มากกว่าเงินต้นที่ฝากจริง (5,000×48 = 240,000 บาท) อยู่ 19,798 บาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยทบต้นที่ได้มาฟรี — นี่คือการใช้ FV แบบที่คนทำบัญชีเจอบ่อยที่สุด คือวางแผนกันเงินสำรองล่วงหน้าแทนการตั้งงบก้อนเดียว

fx
=FV(4%/12, 48, -5000)

ผลลัพธ์259,798.00 บาท

FAQs

ทำไมตัวเลขบางครั้งลบ บางครั้งบวก?+

Excel ใช้หลัก Cash Flow: เงินไหลออกจากกระเป๋าเรา (จ่ายออม, ลงทุน) ใส่เป็นเลขลบ เงินไหลเข้ากระเป๋าเรา (รับผลตอบแทน) ใส่เป็นเลขบวก จุดสำคัญคือ pmt และ pv ต้องมีเครื่องหมายเดียวกันเสมอถ้าทั้งคู่เป็นเงินที่เราจ่ายออก (เช่น pv = -50000 ฝากครั้งแรก, pmt = -2000 ฝากต่อเนื่อง) ถ้าใส่ผิดเครื่องหมาย ผลลัพธ์จะติดลบทั้งก้อนทั้งที่ควรเป็นยอดเงินที่ได้รับ

ความแตกต่างระหว่าง type = 0 กับ type = 1 คืออะไร?+

Type 0 (ค่าเริ่มต้น ไม่ต้องใส่ก็ได้) = จ่ายเงินปลายงวด เช่น เงินเดือนออกสิ้นเดือนแล้วค่อยโอนเข้าออม | Type 1 = จ่ายเงินต้นงวด เช่น หักบัญชีอัตโนมัติวันที่ 1 ของเดือน เงินที่ฝากต้นงวดจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 งวดเทียบกับฝากปลายงวด ผลลัพธ์จึงสูงกว่าเล็กน้อยเสมอเมื่อเงื่อนไขอื่นเหมือนกัน

FV กับ FVSCHEDULE ต่างกันยังไง ควรใช้ตัวไหน?+

FV ใช้เมื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดช่วงเวลา ส่วน FVSCHEDULE ใช้เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงในแต่ละงวด (เช่น ปีแรก 2%, ปีที่สอง 2.5%, ปีที่สาม 3%) โดย FVSCHEDULE รับเฉพาะเงินต้นก้อนเดียว ไม่รองรับการจ่ายเป็นงวดแบบ pmt ถ้าต้องคำนวณทั้งเงินต้นและเงินฝากต่อเนื่องพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนทุกปี ต้องแยกคำนวณทีละช่วงแล้วนำผลไปต่อกัน

ใส่สูตร FV แล้วได้ #NUM! ต้องแก้ยังไง?+

#NUM! ส่วนใหญ่เกิดจาก rate ติดลบมากจนทำให้ (1+rate) ติดลบ แล้วยกกำลัง nper ที่ไม่ใช่จำนวนเต็มไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์ หรือเกิดจาก nper ติดลบทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ให้เช็คว่า rate ที่ใส่มาจากเปอร์เซ็นต์ที่พิมพ์ผิดหรือไม่ (เช่น พิมพ์ 20 แทน 2% ทำให้ rate = 20 ซึ่งสูงเกินจริงมาก) และเช็คว่าหน่วยของ nper กับ rate สอดคล้องกัน

FV มีใน Excel เวอร์ชันไหนบ้าง?+

FV เป็นฟังก์ชันการเงินพื้นฐานของ Excel ใช้ได้ทั้ง Microsoft 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016 ย้อนไปถึง Excel รุ่นเก่ามาก ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวอร์ชันเหมือนฟังก์ชันใหม่ๆ อย่าง XLOOKUP หรือ LET

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้FVFinancial
Financial (8)
EFFECT

EFFECT คำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Annual Rate) จากอัตราดอกเบี้ยที่ระบุ (Nominal Rate) และความถี่ของการทบต้น

FVSCHEDULE

คำนวณมูลค่าในอนาคตของเงินต้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วง

NPER

คำนวณจำนวนงวดที่ต้องใช้ในการชำระเงินให้หมดโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย, เงินที่ชำระต่องวด, เงินต้น, และเป้าหมายเงินที่เหลือ

NPV

คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต

PMT

PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม

PRICE

PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย

PV

คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า

RATE

RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่