AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
=AREAS(reference)
=AREAS(reference)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| reference | Reference | Yes | การอ้างอิงเซลล์หรือช่วงข้อมูล สามารถเป็นเซลล์เดี่ยว ช่วงต่อเนื่อง หรือหลายช่วงแยกกัน เมื่อระบุหลายช่วงแยกกัน ต้องใส่วงเล็บเพิ่มเติมเพื่อให้ Excel รับรู้ว่าเป็นพารามิเตอร์เดียว |
AREAS(A1:C10)=AREAS(A1:C10)
1
AREAS((A1:B5, D1:E5, G1:H5))=AREAS((A1:B5, D1:E5, G1:H5))
3
AREAS(Print_Area)=AREAS(Print_Area)
จำนวนพื้นที่
AREAS(A1)=AREAS(A1)
1
เมื่อไม่มีวงเล็บเพิ่มเติม Excel จะตีความเครื่องหมายจุลภาค (,) ว่าเป็นตัวแยกพารามิเตอร์ ด้วยวงเล็บพิเศษ AREAS((range1, range2)) Excel จะรับรู้ว่าเป็นการอ้างอิงหนึ่งรายการที่มีหลายพื้นที่
ROWS นับจำนวนแถว COLUMNS นับจำนวนคอลัมน์ ส่วน AREAS นับจำนวนพื้นที่ (ช่วงแยกกัน) การอ้างอิง (A1:B5, D1:D5) มี 2 แถว 2 คอลัมน์ แต่มี 2 พื้นที่
AREAS ใช้ได้กับทุกเวอร์ชัน Excel ตั้งแต่ Excel 2007 ขึ้นไป รวมถึง Excel for the web และ Excel 365
AREAS เป็นฟังก์ชันที่ช่วยส่งกลับจำนวนพื้นที่ (area) ในการอ้างอิง ซึ่งเป็นประโยชน์เมื่อต้องตรวจสอบว่าการอ้างอิงมีกี่ช่วงแยกกัน
สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “พื้นที่” (area) กับ “เซลล์” (cell) – แม้ว่าอ้างอิง A1:B2 มี 4 เซลล์ แต่ก็ถือเป็น 1 พื้นที่เท่านั้น เพราะมันเป็นช่วงต่อเนื่อง
ส่วนตัวผม AREAS มีประโยชน์มากเวลาทำงานกับ Named Ranges หรือพิมพ์หลายพื้นที่ (Print Area) ไม่ค่อยใช้ในการคำนวณธรรมดา แต่อันนี้เป็น Advanced technique นะ