INT จะปัดตัวเลขลงไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวเลขนั้นเสมอ สำหรับจำนวนบวกจะเหมือนการตัดทศนิยมทิ้ง แต่สำหรับจำนวนลบจะปัดลงให้มีค่าติดลบมากขึ้น (เช่น -5.5 จะเป็น -6)
=INT(number)
=INT(number)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Number | Yes | ตัวเลขที่ต้องการแปลงเป็นจำนวนเต็ม |
หาผลต่างวันแล้วหารด้วย 365.25 จากนั้นใช้ INT เพื่อให้ได้จำนวนปีเต็มที่ทำงานมา
มีสินค้า 100 ชิ้น ใส่กล่องละ 12 ชิ้น ใช้ INT(100/12) เพื่อดูว่าจะได้กี่กล่องเต็ม (เศษที่เหลืออาจต้องใส่กล่องแยก)
INT(8.9)=INT(8.9)
8
INT(-8.9)=INT(-8.9)
-9
INT(NOW())=INT(NOW())
30/11/2025
A1 - INT(A1)=A1 - INT(A1)
0.45
ต่างกันที่เลขลบ: INT(-5.5) ได้ -6 (ปัดลง) แต่ TRUNC(-5.5) ได้ -5 (ตัดทศนิยมทิ้งเฉยๆ ไม่สนทิศทาง)
สำหรับจำนวนเต็ม ทั้งคู่ให้ผลเหมือนกันถ้า ROUNDDOWN ใช้ num_digits=0 แต่ INT เขียนสั้นกว่าและเข้าใจง่ายกว่าสำหรับกรณีจำนวนเต็ม
ฟังก์ชัน INT (Integer) ใช้สำหรับเปลี่ยนตัวเลขที่มีทศนิยมให้กลายเป็นจำนวนเต็ม โดยการตัดเศษทศนิยมทิ้งทั้งหมด (ปัดลงเสมอไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่า)