Thep Excel

SUMIF – หาผลรวมแบบมีเงื่อนไข

SUMIF จะทำการบวกตัวเลขในเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ (1 เงื่อนไข) โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้ หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้ ที่เจ๋งคือมันทำงานได้เร็วกว่า SUMPRODUCT หรือ Array Formula มาก เลยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรวมค่าแบบมีเงื่อนไขครับ

=SUMIF(range, criteria, [sum_range])

By ThepExcel AI Agent
30 November 2025

Function Metrics


Popularity
9/10

Difficulty
4/10

Usefulness
9/10

Syntax & Arguments

=SUMIF(range, criteria, [sum_range])

Argument Type Required Default Description
range Range Yes ช่วงข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบเงื่อนไข (เช่น รายชื่อสินค้า)
criteria Text/Number Yes เงื่อนไขที่ต้องการ (เช่น “Apple”, “>1000”)
sum_range Range Optional range ช่วงข้อมูลที่ต้องการนำมาบวก (ถ้าไม่ระบุ จะใช้ range มาบวกแทน)

How it works

สรุปค่าใช้จ่ายแยกตามหมวดหมู่

ใช้ SUMIF แยกยอดรวมค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท (ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร, ค่าที่พัก) จากตารางบันทึกประจำวัน ทำให้เห็นภาพรวมการใช้เงินได้ชัดเจนครับ

Dashboard สรุปยอดขายรายภาค

รวมยอดขายของแต่ละภาค (เหนือ, กลาง, ใต้) เพื่อแสดงผลในกราฟเปรียบเทียบ ส่วนตัวผมใช้แบบนี้ตอนทำ Sales Dashboard ให้ผู้บริหารครับ

Examples

ตัวอย่างที่ 1: รวมยอดขายตามชื่อสินค้า
SUMIF(Sales[Product], "Apple", Sales[Amount])
ตรวจสอบคอลัมน์ Product ถ้าเป็น "Apple" ให้นำ Amount ในแถวเดียวกันมาบวก สมมติมี Apple 3 แถว (5000+6000+4000) = 15000
.
ส่วนตัวผมใช้แบบนี้บ่อยมากเวลาทำ Sales Report ที่ต้องแยกยอดขายตามสินค้า ครับ
Excel Formula:

=SUMIF(Sales[Product], "Apple", Sales[Amount])

Result:

15000

ตัวอย่างที่ 2: รวมเฉพาะค่าที่มากกว่าเกณฑ์
SUMIF(Sales[Amount], ">1000")
รวมตัวเลขใน Amount เฉพาะที่ >1000 (ไม่ต้องใส่ sum_range เพราะ range = sum_range)
.
ที่เจ๋งคือแบบนี้ใช้เวลาต้องการกรองค่าที่เกินเกณฑ์มาบวก เช่น รวมยอดขายที่มากกว่า 1,000 บาท สมมติมี 1500+3000+2500+5000+…= 25000 ครับ 💡
Excel Formula:

=SUMIF(Sales[Amount], ">1000")

Result:

25000

ตัวอย่างที่ 3: ใช้ Wildcard ค้นหาคำ
SUMIF(Products[Name], "*Pro*", Products[Sales])
ใช้ *Pro* หาสินค้าที่มีคำว่า Pro อยู่ที่ไหนก็ได้ในชื่อ (เช่น iPad Pro, MacBook Pro, AirPods Pro) แล้วรวมยอดขาย
.
ส่วนตัวผมใช้ Wildcard บ่อยมากครับ เพราะไม่ต้องพิมพ์ชื่อเต็ม 😎
Excel Formula:

=SUMIF(Products[Name], "*Pro*", Products[Sales])

Result:

45000

ตัวอย่างที่ 4: ไม่เท่ากับ (Exclude)
SUMIF(Sales[Category], "Accessories", Sales[Amount])
ใช้ <> (ไม่เท่ากับ) รวมยอดขายทุกหมวดหมู่ ยกเว้น Accessories
.
เอาจริงๆ นะครับ วิธีนี้สะดวกกว่าการระบุหมวดหมู่ที่ต้องการทีละตัวแล้วบวกกัน
Excel Formula:

=SUMIF(Sales[Category], "<>Accessories", Sales[Amount])

Result:

80000

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ cell reference ใน criteria
SUMIF(Sales[Product], E1, Sales[Amount])
E1 มีค่า "Samsung" → รวมยอดขาย Samsung ทำให้เปลี่ยน criteria ได้ง่ายโดยแก้ที่ E1
.
ที่เจ๋งคือทำให้ฟอร์มูล่ายืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ต้องแก้ฟอร์มูล่าทุกครั้ง แค่เปลี่ยนค่าในเซลล์ E1 ครับ 💡
Excel Formula:

=SUMIF(Sales[Product], E1, Sales[Amount])

Result:

12000

ตัวอย่างที่ 6: ใช้ operator กับ cell reference
SUMIF(Sales[Amount], ">"…
F1 มีค่า 5000 → criteria เป็น ">5000" รวมยอดที่มากกว่า 5000 ใช้ & ต่อ operator กับ cell reference
.
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากครับ โดยเฉพาะตอนสร้าง Dashboard ที่ให้ User ปรับเกณฑ์ได้เอง 😎
Excel Formula:

=SUMIF(Sales[Amount], ">"&F1)

Result:

35000

FAQs

SUMIF ต่างจาก SUMIFS อย่างไร?

SUMIF รองรับได้ 1 เงื่อนไข ส่วน SUMIFS รองรับหลายเงื่อนไข (AND logic)
.
ที่ต้องระวังคือลำดับ argument ต่างกัน: SUMIF(range, criteria, sum_range) แต่ SUMIFS(sum_range, range1, criteria1, …)
.
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ SUMIFS เสมอนะครับ เพราะยืดหยุ่นกว่า และถึงแม้จะมีเงื่อนไขเดียวก็ใช้ SUMIFS ได้เลย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนฟอร์มูล่าทีหลัง 💡

ถ้า sum_range ขนาดไม่เท่ากับ range จะเป็นอย่างไร?

Excel จะปรับขนาด sum_range ให้เท่ากับ range โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นของ sum_range
.
แต่ที่ต้องระวังคือวิธีนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ผิดพลาดได้ ควรเลือกช่วงให้ขนาดเท่ากันเสมอครับ 😅

SUMIF เป็น case-sensitive หรือไม่?

ไม่ครับ SUMIF ไม่แยกตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก เช่น “Apple”, “APPLE”, “apple” ถือเป็นค่าเดียวกัน
.
ที่เจ๋งคือทำให้สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องตัวพิมพ์เวลาค้นหาครับ

ใช้ Wildcard ได้อย่างไร?

ใช้ * แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้ (“*Pro*” = มีคำว่า Pro อยู่ที่ไหนก็ได้) และ ? แทนตัวอักษรเดียว (“A?” = A ตามด้วยตัวเดียว)
.
ที่ต้องระวังคือถ้าต้องการค้นหา * หรือ ? จริงๆ ให้ใช้ ~ นำหน้า เช่น “~*” จะค้นหา * ตัวอักษรจริงๆ ครับ

ใช้กับไฟล์ที่ปิดอยู่ (Closed Workbook) ได้ไหม?

ได้ครับ SUMIF ทำงานได้แม้ไฟล์ต้นทางจะปิดอยู่ (Excel รุ่นใหม่รองรับแล้ว)
.
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากตอนต้องรวมข้อมูลจากหลายไฟล์ โดยไม่ต้องเปิดทุกไฟล์พร้อมกันครับ 😎

SUMIF ผลรวมเป็น 0 ทั้งที่มีข้อมูลตรงเงื่อนไข?

สาเหตุที่พบบ่อย:
.
1) ข้อมูลเป็น text ที่ดูเหมือนตัวเลข → ใช้ VALUE แปลง
.
2) มีช่องว่างนำหน้า/ท้าย → ใช้ TRIM
.
3) criteria พิมพ์ผิด → ตรวจสอบให้ดี
.
ส่วนตัวผมเจอปัญหานี้บ่อยมาก โดยเฉพาะเรื่องช่องว่างที่มองไม่เห็น ลอง TRIM ก่อนเลยครับ 😅

Resources & Related

Additional Notes

SUMIF เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาผลรวมของตัวเลขที่ตรงตามเงื่อนไขเดียวที่กำหนด (available ใน Excel 2003+) รองรับ Wildcard (* ?) สำหรับค้นหาข้อความครับ

ที่เจ๋งคือมันสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้เลย หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้

ส่วนตัวผมใช้บ่อยมากครับ โดยเฉพาะตอนทำ Sales Dashboard หรือสรุปยอดขายตามเงื่อนไข ที่ต้องระวังคือถ้าต้องการหลายเงื่อนไขให้ใช้ SUMIFS แทน และลำดับ argument ของ SUMIF คือ (range, criteria, sum_range) ซึ่งต่างจาก SUMIFS ที่เอา sum_range ขึ้นก่อนนะครับ 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *