CHISQ.DIST.RT คำนวณความน่าจะเป็นหางขวา (P-Value) ของการแจกแจง Chi-Square ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
=CHISQ.DIST.RT(x, deg_freedom)
=CHISQ.DIST.RT(x, deg_freedom)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| x | Number | Yes | ค่า Chi-Square statistic ที่ต้องการหา P-Value (ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0) | |
| deg_freedom | Number | Yes | องศาอิสระ (Degrees of Freedom) – จำนวนเต็มบวก ระหว่าง 1 ถึง 10^10 |
CHISQ.DIST.RT(18.307, 10)=CHISQ.DIST.RT(18.307, 10)
0.0500006
IF(CHISQ.DIST.RT(25.3, 8) < 0.05, "มีนัยสำคัญ", "ไม่มีนัยสำคัญ")=IF(CHISQ.DIST.RT(25.3, 8) < 0.05, "มีนัยสำคัญ", "ไม่มีนัยสำคัญ")
มีนัยสำคัญ
CHISQ.DIST.RT(B2, B3)=CHISQ.DIST.RT(B2, B3)
0.0342
CHISQ.DIST.RT(A2, 5) > CHISQ.DIST.RT(A3, 5)=CHISQ.DIST.RT(A2, 5) > CHISQ.DIST.RT(A3, 5)
TRUE หรือ FALSE
CHISQ.DIST.RT หาความน่าจะเป็นหางขวา (X > ค่าที่กำหนด) ส่วน CHISQ.DIST หาความน่าจะเป็นสะสม (Cumulative) โดยสามารถเลือกหางขวาหรือซ้ายได้จากพารามิเตอร์ที่ 3
เมื่อทำการทดสอบ Chi-Square Test และต้องการคำนวณ P-Value สำหรับการทดสอบ one-tailed (หางขวา) เช่น ทดสอบความเป็นอิสระ (Independence Test) หรือ Goodness of Fit Test
P-Value จากการแจกแจง Chi-Square ต้องอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ยิ่งค่า P-Value น้อยยิ่งมีนัยสำคัญทางสถิติมากขึ้น (มักใช้ 0.05 เป็นเกณฑ์)
Excel จะตัด (Truncate) ส่วนทศนิยมออก ตัวอย่าง deg_freedom = 4.9 จะถือว่า 4
CHISQ.DIST.RT มีตั้งแต่ Excel 2010 ขึ้นไป และสามารถใช้ใน Excel Online, Excel สำหรับ Mac และ Excel 365 ได้
CHISQ.DIST.RT เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-Square ทางด้านขวา (Right-tailed Probability)
ฟังก์ชันนี้ตอบคำถาม: โอกาสที่จะเจอค่า Chi-Square ที่มากกว่าค่าที่เรากำหนดเท่าไหร่? ผลลัพธ์คือ P-Value ที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ถ้า P-Value น้อยกว่า 0.05 แปลว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่สำคัญคือ CHISQ.DIST.RT ใช้สำหรับหางขวาเท่านั้น (Greater than) ถ้าต้องการหางซ้ายให้ใช้ CHISQ.DIST แทน ส่วนตัวผมมักจะใช้นี่เวลาวิเคราะห์ Chi-Square test จากข้อมูลจริง เช่นตรวจสอบว่าการกระจายข้อมูลแตกต่างจากที่คาดหวังหรือไม่ 😎