Thep Excel

LOGESTคำนวณสมการ Exponential Regression

LOGEST ใช้คำนวณค่าสถิติสำหรับเส้นโค้ง Exponential ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อวิเคราะห์การเติบโตแบบเลขชี้กำลัง

fx
=LOGEST(known_y's, [known_x's], [const], [stats])

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด ค่าเริ่มต้น คำอธิบาย
known_y's Range/Array ช่วงข้อมูลค่า Y ที่ทราบแล้ว (ข้อมูลตามแกนตั้ง) – ต้องมีอย่างน้อย 2 ค่า
[known_x's]ไม่บังคับ Range/Array 1, 2, 3, … ช่วงข้อมูลค่า X ที่ทราบแล้ว (ข้อมูลตามแกนนอน) – ถ้าละไว้ Excel จะใช้ค่า 1, 2, 3… แทน
[const]ไม่บังคับ Logical TRUE TRUE (ค่าเริ่มต้น) = คำนวณค่า b ปกติ, FALSE = บังคับให้ b = 1
[stats]ไม่บังคับ Logical FALSE FALSE (ค่าเริ่มต้น) = คืนค่า m และ b เท่านั้น, TRUE = คืนสถิติเพิ่มเติม

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

LOGEST เป็นฟังก์ชัน Array ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลการเติบโตแบบเลขชี้กำลัง (Exponential Growth) โดยหาสัมประสิทธิ์ของสมการ y = b*m^x

สมการนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล X กับ Y แบบเลขชี้กำลัง เหมาะสำหรับจำลองการเติบโตของประชากร ยอดขาย หรือการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

ที่เจ๋งของ LOGEST คือให้สถิติเสริมด้วย ถ้าตั้ง stats=TRUE จะได้ค่า R-squared, F-statistic อื่นๆ เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลเข้ากับสมการเลขชี้กำลังหรือไม่ดีแค่ไหน 📊

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: หาสัมประสิทธิ์การเติบโตLOGEST(B2:B10, A2:A10)

หา m และ b ของสมการ y = 50 * 1.15^x โดยดูจากข้อมูลปีที่ 1-9 (A2:A10) และยอดขาย (B2:B10) ค่า m=1.15 หมายถึงการเติบโต 15% ต่อปี

fx
=LOGEST(B2:B10, A2:A10)

ผลลัพธ์{1.15, 50}
ตัวอย่างจริง: พยากรณ์ยอดขายGROWTH(INDEX(LOGEST(B2:B10, A2:A10), 1), A2:A10, 11)

ใช้ LOGEST หาค่าสัมประสิทธิ์แล้วส่งให้ GROWTH เพื่อพยากรณ์ยอดขายปีที่ 11 ซึ่งจะเป็น ~115,000

fx
=GROWTH(INDEX(LOGEST(B2:B10, A2:A10), 1), A2:A10, 11)

ผลลัพธ์115000
ตัวอย่างเชิงลึก: ได้สถิติการวิเคราะห์LOGEST(B2:B10, A2:A10, TRUE, TRUE)

ตั้ง stats=TRUE จะได้เมทริกซ์สถิติ แถวที่ 1 = m,b | แถวที่ 2 = ค่าความผิดพลาด | แถวที่ 3 = R^2, F-statistic | สำหรับตรวจสอบคุณภาพของสมการ

fx
=LOGEST(B2:B10, A2:A10, TRUE, TRUE)

ผลลัพธ์Array 5×2 ที่มี m, b, และสถิติ
ตัวอย่างระดับสูง: X หลายคอลัมน์LOGEST(C2:C20, A2:B20, TRUE, FALSE)

ใช้ 2 ตัวแปร X (A และ B) เพื่อวิเคราะห์ y = b*(m1^x1)*(m2^x2)* ซึ่งแม่นยำกว่าสำหรับข้อมูลที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง

fx
=LOGEST(C2:C20, A2:B20, TRUE, FALSE)

ผลลัพธ์{m1, m2, b}

FAQs

LOGEST กับ LINEST ต่างกันยังไง?+

LOGEST หา Exponential: y = b*m^x (สำหรับการเติบโตแบบเลขชี้กำลัง) ส่วน LINEST หา Linear: y = bx + a (สำหรับความสัมพันธ์เชิงเส้น)

ทำไมได้ผลลัพธ์ที่เป็น Array ใหญ่ใหญ่?+

เพราะตั้ง stats=TRUE จะคืน 5 แถว (m/b, ค่าความผิดพลาด, R^2/F-stat, 度ของความเป็นอิสระ, SS regression/residual) ถ้าต้องแค่ m,b ให้ตั้ง stats=FALSE

ใช้พยากรณ์ค่ากับ LOGEST ยังไง?+

ใช้ GROWTH function: =GROWTH(known_y, known_x, new_x) มันจะใช้ผลลัพธ์จาก LOGEST ในเบื้องหลัง

ค่า m ไม่ได้เป็นเปอร์เซนต์เพิ่ม?+

ถูก m คือ base ของเลขชี้กำลัง ถ้า m=1.15 การเพิ่มคือ 15% ต่อหน่วย X ต้องลบ 1 แล้วคูณ 100 = (m-1)*100 เพื่อได้เปอร์เซนต์

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ LOGEST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้LOGESTStatistical
Statistical (6)
FORECAST

ฟังก์ชันที่ใช้สมการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) เพื่อพยากรณ์ค่าในอนาคต โดยยึดตามแนวโน้มข้อมูลในอดีต

GROWTH

GROWTH พยากรณ์การเติบโตแบบ Exponential จากข้อมูลในอดีต โดยใช้สูตร y = b*m^x แทนการเรียงแบบเส้นตรง

HARMEAN

ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด

INTERCEPT

ฟังก์ชัน INTERCEPT ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณจุดที่เส้นถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression Line) ตัดกับแกน Y (ค่า Y เมื่อ X = 0).

LINEST

LINEST คำนวณค่าสถิติสำหรับเส้นตรงที่เหมาะสมที่สุด ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Linear Regression Analysis)

TREND

TREND ใช้หา linear regression line (เส้นตรงที่ลดความเบี่ยงเบนของข้อมูล) เพื่อพยากรณ์ค่า Y ในอนาคตจากข้อมูลเดิม หรือสร้างค่า fitted line สำหรับกราฟแนวโน้ม

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่