Thep Excel

TREND – พยากรณ์ค่าตามแนวโน้มเชิงเส้น

TREND ใช้หา linear regression line (เส้นตรงที่ลดความเบี่ยงเบนของข้อมูล) เพื่อพยากรณ์ค่า Y ในอนาคตจากข้อมูลเดิม หรือสร้างค่า fitted line สำหรับกราฟแนวโน้ม

=TREND(known_y's, [known_x's], [new_x's], [const])

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=TREND(known_y's, [known_x's], [new_x's], [const])

Argument Type Required Default Description
known_y's Range Yes ค่า Y ที่มีอยู่ (เช่น ยอดขายในอดีต)
known_x's Range Optional 1, 2, 3, … ค่า X ที่สอดคล้องกับ known_y’s (เช่น เลขที่ของเดือน ปี เป็นต้น) ถ้าไม่ใส่ จะใช้ 1, 2, 3, … แทน
new_x's Range Optional ใช้ค่า known_x's ค่า X ใหม่ที่ต้องการหาค่า Y (เช่น เดือนที่ 13 สำหรับการพยากรณ์เดือนถัดไป) ถ้าไม่ใส่ จะใช้ค่า known_x’s
const Logical Optional TRUE TRUE หรือปล่อยว่าง = คำนวณค่า b ตามปกติ (เส้นตรง y = mx + b) | FALSE = บังคับให้ b = 0 (เส้นตรงผ่านจุดกำเนิด)

Examples

ตัวอย่างที่ 1: พยากรณ์ค่าอนาคต (ยอดขาย)
TREND(B2:B13, A2:A13, 14)
ข้อมูล: A2:A13 มีเลข 1-12 (ค่า X เดือน 1-12), B2:B13 มียอดขาย 10000-12000 (ค่า Y)
สูตรนี้หาเส้น trend จากข้อมูล 12 เดือน แล้วพยากรณ์ยอดขายเดือน 14 (2 เดือนข้างหน้า)
ผลลัพธ์ 12500 คือค่า Y ที่คำนวณจากเส้นตรง ณ จุด X=14
Excel Formula:

=TREND(B2:B13, A2:A13, 14)

Result:

12500

ตัวอย่างที่ 2: สร้าง Trendline (ค่า fitted)
TREND(B2:B13, A2:A13)
ไม่ใส่ new_x's ทำให้ TREND คำนวณค่า fitted (ค่าบนเส้นตรง) สำหรับจุด X เดิมทั้งหมด
ใช้ได้สร้าง chart trendline โดยนำผลลัพธ์ไปวาง column ใหม่
Excel Formula:

=TREND(B2:B13, A2:A13)

Result:

{10150, 10300, 10450, 10600, 10750, 10900, 11050, 11200, 11350, 11500, 11650, 11800}

ตัวอย่างที่ 3: พยากรณ์หลายค่าพร้อมกัน (array)
TREND(B2:B7, A2:A7, {8,9,10})
ข้อมูล 6 เดือนแรก (A2:B7) ต้องการพยากรณ์เดือน 8, 9, 10 พร้อมกัน
ผลลัพธ์คือ array 3 ค่า ใส่ลงใน 3 cell ที่เลือกไว้
Excel Formula:

=TREND(B2:B7, A2:A7, {8,9,10})

Result:

{12600, 12750, 12900}

ตัวอย่างที่ 4: ข้อมูล X ไม่ใช่ลำดับ (ปี อื่นๆ)
TREND(B2:B5, A2:A5, 2030)
ข้อมูล: A2:A5 = 2020, 2021, 2022, 2023 | B2:B5 = 30000, 35000, 40000, 42000
แทน X ด้วยปี TREND ยังคงใช้ linear regression หาเส้นตรง แล้วพยากรณ์ปี 2030
ผลลัพธ์ 45000 คือค่า Y ประมาณสำหรับปี 2030
Excel Formula:

=TREND(B2:B5, A2:A5, 2030)

Result:

45000

FAQs

ต่างกับ FORECAST ยังไง?

ทั้งสองใช้ linear regression เหมือนกัน แต่ TREND สร้าง array ได้ (พยากรณ์หลายค่า) เอง FORECAST คิดค่าเดียว FORECAST.LINEAR เวอร์ชันใหม่เข้ากับ M365 TREND ดีกว่า

const = FALSE ใช้เมื่อไร?

ใช้เวลาต้องบังคับเส้นตรงผ่านจุดกำเนิด (0, 0) เช่น ความสัมพันธ์ระหว่าง เวลา กับ ระยะทาง (ถ้า เวลา = 0 ระยะทางต้อง = 0) หรือราคา กับ ปริมาณ (ถ้า ปริมาณ = 0 ราคาต้อง = 0)

ทำไมผลมันไม่ตรงข้อมูลเก่า?

เพราะ TREND คำนวณจากเส้นตรงที่ผ่านกลาง ไม่ใช่จุดตัวจริง (fitted value vs actual value) มันเป็นค่าประมาณจากแนวโน้ม

ต้อง Ctrl+Shift+Enter หรือเปล่า?

ใน Excel 365 ไม่ต้อง Enter ปกติพอ ใน Excel เวอร์ชันเก่า ต้อง Ctrl+Shift+Enter เพื่อสร้าง array formula

ใช้กับเส้นโค้ง (polynomial) ได้ไหม?

โดยตรงไม่ได้ (TREND เป็น linear regression) แต่ถ้าต้องการพอดีเส้นโค้ง เราสามารถ reformat ข้อมูล X เช่น ยกกำลัง 2 หรือใช้ LOGEST สำหรับเส้นโค้ง exponential

Resources & Related

Additional Notes

TREND คือฟังก์ชันที่ใช้ linear regression เพื่อหาเส้นตรงที่ผ่านข้อมูล Y และ X ที่มีอยู่ จากนั้นคำนวณค่า Y สำหรับ X ใหม่ (พยากรณ์อนาคต) หรือสำหรับ X เดิม (สร้าง trendline).

ที่เจ๋งคือ TREND ใช้ least squares regression ซึ่งหมายความว่ามันหาเส้นตรงที่ “ดีที่สุด” สำหรับข้อมูลของเรา โดยลดการเบี่ยงเบนไปในแต่ละทิศทาง ใช้ได้ทั้งพยากรณ์ยอดขายปีหน้า ลูกค้าจำนวนในอนาคต หรือราคาสินค้า.

ส่วนตัวผม ยืนยันว่าหลายคนยังใช้ FORECAST แต่พอหัดใช้ TREND ก็ชอบเลยเพราะมันสร้าง array ได้ทีเดียว ไม่ต้องใส่ Ctrl+Shift+Enter แบบ FORECAST เวอร์ชันเก่า (แต่ถ้าใช้ M365 ก็ทั้งสองอันเท่ากัน).

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *