Power Query คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลาทำงาน Routine ได้ถึง 99% — จากที่เคยใช้เวลา 2 ชั่วโมงทุกเดือน เหลือแค่ 5 วินาทีด้วยการกด Refresh ครั้งเดียว นี่คือเหตุผลหลักที่ผมเชียร์ Power Query แบบออกนอกหน้ามาตลอดหลายปี
ถ้าเพื่อนๆ สังเกต จะพบว่าอาจารย์สอน Excel แต่ละคนจะมีความถนัดและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน บางคนชอบเขียนสูตร บางคนชอบ Pivot บางคนชอบ VBA (เวลาแก้ปัญหาเรื่องเดียวกัน ก็มักจะใช้เครื่องมือที่ตัวเองถนัด)
แต่สำหรับผม ในฐานะที่สอน Excel และ Power Query มากว่า 10 ปี และช่วยองค์กรหลายร้อยแห่งทำ Data Automation — ต้องยอมรับแบบไม่อายเลยว่า เครื่องมือที่ผมเชียร์หนักที่สุด คือ Power Query
Power Query ไม่ใช่แค่เครื่องมืออีกตัว แต่มันคือ ตัวเปลี่ยนเกม ระดับ “เปลี่ยนชีวิตการทำงาน” ของผมเลยครับ
Power Query คืออะไร (What is Power Query)
Power Query คือเครื่องมือดึง-แปลง-โหลดข้อมูล (ETL: Extract-Transform-Load) ที่มีมาในตัว Excel และ Power BI โดยเราสามารถกำหนดขั้นตอน “การจัดการ/ทำความสะอาดข้อมูล” ไว้ครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นทุกเดือน ทุกสัปดาห์ ทุกครั้งที่ข้อมูลมาใหม่ แค่ กด Refresh ทีเดียว ชีวิตก็จบ
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท | เครื่องมือ ETL (Extract-Transform-Load) |
| มีอยู่ใน | Excel 2016+, Microsoft 365, Power BI |
| ภาษาที่ใช้ | M Language (Power Query Formula Language) |
| จำนวนฟังก์ชัน | 700+ ฟังก์ชัน (มากกว่า Excel ที่มี ~500 ฟังก์ชัน) |
| Data Sources | รองรับ 100+ แหล่งข้อมูล (Excel, CSV, SQL, Web, API, ฯลฯ) |
ผลลัพธ์ที่ได้จะถูก โหลดเป็นข้อมูลค่าคงที่ ใน Sheet (หรือส่งเข้า Data Model) ไม่หน่วง ไม่ recalculation วุ่นวายแบบสูตร แต่ยังสามารถอัปเดตใหม่ได้ทุกครั้งที่กด Refresh — ได้ทั้งความเร็วและความยืดหยุ่นในคราวเดียว
ทำไมผมถึงเชียร์ Power Query หนักขนาดนี้ (5 Reasons to Learn Power Query)
1) ประหยัดเวลาการทำงาน Routine แบบโกงๆ
เมื่อก่อน: สิ้นเดือนทีไร ผมต้อง:
– โหลดไฟล์ข้อมูลออกจากระบบ
– ก๊อปชีต
– ลบหัวตารางซ้ำ
– รวมหลายๆ ไฟล์เข้าด้วยกัน
– แก้ข้อมูล
– ลบแถวว่าง
วนไป 1-2 ชั่วโมงทุกเดือน
ปัจจุบัน: กำหนด Step ไว้ครั้งเดียว → เดือนถัดไปโยนไฟล์เข้าโฟลเดอร์เดิม → Refresh → เสร็จภายใน 5 วินาที
> ประหยัดเวลา 99.9% (จาก 120 นาที เหลือ 5 วินาที)
จากประสบการณ์ที่ผมช่วยองค์กรต่างๆ ทำ Automation พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว Power Query ช่วยลดเวลางาน Data Preparation ได้ 70-95% ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน
#### ฟีเจอร์ที่ต้องลอง
| ฟีเจอร์ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| Remove Top Rows / Use First Row as Headers | จัดการหัวตารางที่มาแปลกๆ |
| Detect Data Type / Fill Down / Trim | ทำความสะอาดข้อมูล |
| Split Column / Extract / Column from Example | แยก/ดึงข้อมูลจากคอลัมน์ |
| Group By / Pivot / Unpivot | สรุป/ปรับโครงสร้างข้อมูล |
| Merge / Append Query | รวมข้อมูลหลายแหล่ง |
| Get Data > From Folder | รวมไฟล์ทั้งโฟลเดอร์อัตโนมัติ |
และถ้าใครอยากเห็นภาพ ลองดูคลิปนี้ครับ
อีกทีเด็ดที่โคตรสะดวกคือ Get Data > From Folder แล้ว Combine Files รวมไฟล์ทั้งโฟลเดอร์ให้แบบอัตโนมัติ แถมยังแก้ขั้นตอนของ “ไฟล์แม่แบบ” ได้อีกด้วย (Transform Sample File) ยืดหยุ่นมาก
2) เรียนครั้งเดียว ใช้ได้ทั้ง Excel และ Power BI
Skill เดียว ใช้คุ้มสองโลก:
| แพลตฟอร์ม | การใช้งาน Power Query |
|---|---|
| Excel | ป้อนข้อมูลสะอาดให้ Pivot/Table/สูตร |
| Power BI | ป้อนข้อมูลพร้อมเข้าระบบ Model ทำ Dashboard ระดับผู้บริหาร |
พูดง่ายๆ คือเรียนรอบเดียว คุ้มสองจักรวาล ของสุดยอดโปรแกรมสาย Data ในยุคนี้
ที่สำคัญ หากในอนาคตจะย้ายจาก Excel ไปใช้ Power BI สามารถ Copy Query ที่เคยทำไว้ใน Excel ไปแปะใน Power BI ได้เลย ไม่ต้องทำใหม่ ไม่มี Waste!
3) เป็นประตูสู่ Data Model และ DAX
Power Query คือประตูทางเข้าที่พาเราไปสู่ Data Model และเมื่อเข้า Model แล้ว เกมเปลี่ยนแน่นอน เพราะเราจะสามารถ:
– สรุปข้อมูลได้จากหลายตาราง โดยไม่ต้องมีการ VLOOKUP/XLOOKUP
– คำนวณอะไรที่ซับซ้อนใน Pivot ได้ โดยไม่ต้องสร้างคอลัมน์ช่วย
– ใช้ DAX เขียน Measure ที่ซับซ้อน เช่น YOY, Actual vs Target, Time Intelligence
Workflow แบบมืออาชีพ:
Power Query (ทำความสะอาด) → Data Model (สร้างความสัมพันธ์) → DAX (คำนวณ) → Pivot/Visual (นำเสนอ)
แล้วทุกอย่างจบได้ด้วยการกด Refresh ปุ่มเดียว!
4) No Code ก็ได้ / Low Code ก็ดี
| แนวทาง | รายละเอียด | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| No Code | แค่คลิกเมนูก็แก้ได้ 80% ของเคส | มือใหม่ งาน Routine ทั่วไป |
| Low Code | แก้ไข M Code ที่ PQ สร้างให้อัตโนมัติ | เคสซับซ้อน เงื่อนไขพิเศษ |
เมื่อเจอเคสยาก เช่น เงื่อนไขแปลก แปลงโครงสร้างพิสดาร หรือข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งไม่แน่นอน สามารถแก้ไข M Code ปรับนิดหน่อย เพราะ M Code มีฟังก์ชันสำเร็จรูป 700+ ตัว ซึ่งเยอะกว่าสูตร Excel มาก
ข้อดีคือ เราไม่ต้องเลือกว่าจะเป็นสายโค้ดหรือไม่โค้ด เพราะ Power Query มันให้เราผสมทั้งสองแบบได้!
5) คิดแบบนัก Data จริงๆ (Data Mindset)
ถ้าลงลึกใน M Code เราจะเริ่มคิดแบบ Pipeline เหมือน Pandas ใน Python ทำให้ต่อยอดไป BI หรือ Python ได้ง่ายขึ้นเยอะ
ตอนนี้มี Python in Excel อีก พูดง่ายๆ คือโลกของ Excel มันกว้างจนอยากลงไปเล่นทุกวัน
Power Query เปรียบเทียบกับเครื่องมืออื่น
| เกณฑ์ | Power Query | VBA | สูตร Excel |
|---|---|---|---|
| ความง่ายในการเรียนรู้ | ง่าย (No Code ได้) | ยาก | ปานกลาง |
| การดูแลรักษา | ง่าย (มี UI) | ยาก (ต้องอ่านโค้ด) | ปานกลาง |
| ประสิทธิภาพกับข้อมูลใหญ่ | ดีมาก | ดี | ช้า |
| ใช้ได้ใน Power BI | ได้ | ไม่ได้ | ไม่ได้ |
| Automation | กด Refresh | ต้องรัน Macro | Manual |
สรุป
ใครที่ทำงานข้อมูลแล้วอยาก:
– ลดเวลางานซ้ำๆ
– อยากได้เครื่องมือที่ “ทรงพลังแต่ออกตัวง่าย”
– อยากปูทางไปสู่ Data Model / DAX / Power BI
Power Query คือเครื่องมือที่ผมอยากให้ลองจริงๆ
มันง่ายกว่าสูตร Excel ยุ่งๆ เยอะมาก โดยเฉพาะสูตรพวก LET, LAMBDA ที่สายมือใหม่อาจร้องไห้ก่อนเขียนครบ 1 บรรทัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Power Query (FAQ)
Power Query คืออะไร ต่างจาก VBA อย่างไร?
Power Query คือเครื่องมือ ETL (Extract-Transform-Load) ที่เน้นการดึงและแปลงข้อมูล ใช้งานผ่าน UI แบบ No Code ได้ ส่วน VBA เป็นภาษาโปรแกรมสำหรับ Automation ทั่วไป ต้องเขียนโค้ดทั้งหมด Power Query เหมาะกับงาน Data Preparation มากกว่า และใช้ได้ทั้งใน Excel และ Power BI
Power Query ใช้ยากไหม ต้องเขียนโค้ดเป็นไหม?
ไม่ยาก และไม่ต้องเขียนโค้ดก็ได้ Power Query ออกแบบมาให้ใช้งานผ่านเมนูคลิกได้เลย (No Code) สามารถทำงานได้ 80% ของเคสทั่วไปโดยไม่ต้องแตะโค้ดเลย แต่ถ้าต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็สามารถแก้ไข M Code ได้
Power Query มีในเวอร์ชันไหนของ Excel บ้าง?
Power Query มีมาในตัวตั้งแต่ Excel 2016 ขึ้นไป และ Microsoft 365 สำหรับ Excel 2010/2013 ต้องดาวน์โหลด Add-in แยกต่างหาก
เรียน Power Query แล้วใช้กับ Power BI ได้เลยไหม?
ได้เลย 100% Power Query ใน Excel และ Power BI ใช้ภาษา M Language เหมือนกัน สามารถ Copy Query จาก Excel ไปใช้ใน Power BI ได้โดยตรง
เพื่อนๆ คนไหนชอบ Power Query เพราะอะไร มาแชร์ประสบการณ์กันได้เลยครับ หรือมีตรงไหนสงสัย ผมยินดีช่วยตอบนะ
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:



