ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
=LOG(number, [base])
=LOG(number, [base])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Number | Yes | ตัวเลขที่ต้องการหาลอการิทึม (ต้องมากกว่า 0) | |
| base | Number | Optional | 10 | ฐานของลอการิทึม (ต้องมากกว่า 0 และไม่เท่ากับ 1) |
LOG(100, 10)=LOG(100, 10)
2
LOG(8, 2)=LOG(8, 2)
3
LOG(1000)=LOG(1000)
3
LOG(86, 2.71828182)=LOG(86, 2.71828182)
4.45434727
LOG ใช้ฐาน 10 เป็นค่าเริ่มต้น (Common logarithm) ขณะที่ LN ใช้ฐาน e (Natural logarithm) เสมอ ถ้าต้องการลอการิทึมธรรมชาติ ลองใช้ LN แทน
จะได้ #NUM! error เพราะลอการิทึมไม่นิยามสำหรับตัวเลข 0 และจำนวนติดลบ ตัวเลขต้องมากกว่า 0 เท่านั้น
ฐาน (base) ต้องเป็นตัวเลขมากกว่า 0 และไม่เท่ากับ 1 ถ้าฐาน = 1 จะได้ #NUM! error เพราะลอการิทึมฐาน 1 ไม่มีความหมาย
ใช้ในงานวิทยาศาสตร์ (pH scale, Richter scale), การเงิน (การเติบโตแบบเอกโพเนนเชียล), คอมพิวเตอร์ (bit calculations), และสถิติ (data analysis)
ผลลัพธ์คือ 1 เพราะ 10^1 = 10 นั่นแหละ – เสมอว่า LOG(x, x) = 1
LOG คือฟังก์ชันที่ใช้หาค่าลอการิทึม ซึ่งเป็นการหาว่าต้อง “ยกกำลัง” ฐานกี่ครั้งจึงจะได้ตัวเลขนั้น
เช่น LOG(100, 10) = 2 เพราะว่า 10^2 = 100 นั่นเอง
ถ้าไม่ระบุฐาน LOG จะใช้ฐาน 10 โดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการลอการิทึมธรรมชาติ (ฐาน e) ให้ใช้ฟังก์ชัน LN แทน