MAXIFS ใช้หาค่าสูงสุดจากช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งหรือมากกว่า แตกต่างจาก MAX ที่หาเพียงค่าสูงสุดทั้งหมด MAXIFS มีความยืดหยุ่นในการกรองข้อมูลก่อนหาค่าสูงสุด
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| max_range | Range | ช่วงข้อมูลที่ต้องการหาค่าสูงสุด คอลัมน์ที่มีตัวเลขที่ต้องการหาค่าสูงสุด |
| criteria_range1 | Range | ช่วงข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขแรก ต้องมีขนาดและรูปร่างเดียวกับ max_range |
| criteria1 | String/Number/Expression | เงื่อนไขที่ 1 เช่น “North”, “>100”, “>=DATE(2024,1,1)” โปรแกรมจะหาเซลล์ใน criteria_range1 ที่ตรงกับเงื่อนไขนี้ |
| [criteria_range2]ไม่บังคับ | Range | ช่วงข้อมูลสำหรับเงื่อนไขที่ 2 (ไม่บังคับ สามารถเพิ่มได้ถึง 126 เงื่อนไข) |
| [criteria2]ไม่บังคับ | String/Number/Expression | เงื่อนไขที่ 2 (ไม่บังคับ) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
MAXIFS เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าสูงสุดจากข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด สมมติว่าคุณมีตารางยอดขายหลายภูมิภาค และต้องการรู้ว่ายอดขายสูงสุดในภาคเหนือเท่าไร MAXIFS จะช่วยเลือกเฉพาะข้อมูลของภาคเหนือแล้วหาค่าสูงสุด
ที่เจ๋งคือ MAXIFS รองรับเงื่อนไขหลายตัว ถ้าคุณต้องการหาค่าสูงสุดของยอดขายในภาคเหนือ สำหรับเดือนมกราคม ของปี 2024 เท่านั้น ก็ใช้ MAXIFS ได้เลย ไม่ต้องสร้างคอลัมน์ช่วยเหลือ
ส่วนตัวผม MAXIFS เป็นตัวช่วยที่ประหยัดสูตร มันป้องกันความสับสนที่มากับการใช้ MAX+IF แบบอาร์เรย์ที่ต้องกด Ctrl+Shift+Enter
สมมติ A2:A10 มีชื่อภูมิภาค (North, South, East, West) และ B2:B10 มียอดขาย หากต้องการหาค่าสูงสุดของยอดขายในภาคเหนือ (North) สูตรนี้จะคืนค่า 950
ค้นหาค่าสูงสุดใน D2:D100 เฉพาะเมื่อคอลัมน์ B เป็น 'Marketing' AND คอลัมน์ C เป็น '2024' ผลลัพธ์คือค่าสูงสุดของจำนวนเงินในแผนกการตลาดของปี 2024
หาค่าสูงสุด (Sales) เฉพาะเมื่อ Quantity มากกว่า 100 ใช้เครื่องหมาย & เพื่อรวม (concatenate) เครื่องหมาย > กับค่าที่เปรียบเทียบ
หาค่าสูงสุดของ Revenue ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นไป AND สถานะเป็น 'Completed' เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดของการขายที่สำเร็จในช่วงเวลาที่ระบุ
MAXIFS พร้อมใช้ใน Excel 2016 ขึ้นไป รวม Excel 2019, Excel 365, Excel Online และ Excel สำหรับ Mac
MAXIFS ง่ายกว่า ไม่ต้องกด Ctrl+Shift+Enter เพื่อเข้าสูตร array และให้ผลลัพธ์เดียวกันกับ {=MAX(IF(criteria, max_range))} แต่อ่านง่ายขึ้นมาก
คืน 0 ไม่ใช่ error #N/A หากต้องการแยกแยะความแตกต่าง ใช้ IFERROR หรือตรวจสอบจำนวนแถวที่ตรงกับเงื่อนไขก่อน
ไม่ได้โดยตรง MAXIFS ใช้ AND logic เท่านั้น ถ้าต้อง OR สูตรจะซับซ้อน อาจต้องใช้ MAX+IF array หรือแบ่งเป็นสูตรแยกสำหรับแต่ละเงื่อนไข แล้ว MAX รวมผล
ได้ใช้ * และ ? เพื่อ wildcard เช่น "A*" เพื่อหาทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย A
ได้ ใช้ SheetName!RangeAddress เช่น =MAXIFS(Sheet2!B:B, Sheet1!A:A, "North")
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MAXIFS จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก
AVERAGEIFS คำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน โดยใช้ AND Logic (ต้องตรงทุกเงื่อนไข) รองรับเงื่อนไขได้สูงสุด 127 คู่ สามารถใช้กับข้อความ ตัวเลข วันที่ และ wildcard characters ทุก criteria_range ต้องมีขนาดเท่ากับ average_range เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึกตามหลายมิติ เช่น วิเคราะห์ยอดขายตามภูมิภาค สินค้า และช่วงเวลา หรือวิเคราะห์คะแนนตามห้อง เพศ และระดับคะแนน
COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว
.
ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่
.
ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ
MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย
MINIFS ช่วยหาค่าต่ำสุดของข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมือนการใช้ MIN แต่มีความสามารถในการกรองข้อมูลก่อน
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
IFS ทดสอบหลายเงื่อนไขตามลำดับที่กำหนด และคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็น TRUE แล้วหยุดทำงานทันที โครงสร้างเป็นคู่ (เงื่อนไข, ผลลัพธ์) ซ้ำได้สูงสุด 127 คู่ ทำให้อ่านและเขียนง่ายกว่า Nested IF แบบซ้อนชั้น ควรใส่ TRUE เป็นเงื่อนไขสุดท้ายเพื่อกำหนดค่า default ป้องกัน #N/A error มีตั้งแต่ Excel 2019 และ Microsoft 365 เท่านั้น
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
SUMIFS บวกค่าจาก sum_range เฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขทุกข้อพร้อมกัน (AND logic) รองรับได้สูงสุด 127 คู่เงื่อนไข สามารถใช้ comparison operators (>, =, <=, ), wildcard characters (*, ?), และ cell references ใน criteria ได้ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ multi-dimensional filtering เช่น รายงานยอดขายตามภูมิภาค ช่วงเวลา และสถานะพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ helper columns หรือฟังก์ชันซ้อนซับซ้อน
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่