Thep Excel

CORREL – หาค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient)

CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

=CORREL(array1, array2)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=CORREL(array1, array2)

Argument Type Required Default Description
array1 Range/Array Yes ชุดข้อมูลแรก (เช่น ค่าใช้จ่ายการตลาด)
array2 Range/Array Yes ชุดข้อมูลที่สอง (เช่น ยอดขาย) ต้องมีจำนวนข้อมูลเท่ากับ array1

Examples

ความสัมพันธ์ทางบวก – ค่าโฆษณากับยอดขาย
CORREL(B2:B10, C2:C10)
สมมติ B2:B10 = ค่าโฆษณา (1000, 1500, 2000…) และ C2:C10 = ยอดขาย (50000, 60000, 75000…) ผลลัพธ์ 0.92 หมายถึง เมื่อจ่ายโฆษณามากขึ้น ยอดขายก็เพิ่มตามไปด้วย (ความสัมพันธ์แรง)
Excel Formula:

=CORREL(B2:B10, C2:C10)

Result:

0.92

ไม่มีความสัมพันธ์ – ความสูงกับผลงานพนักงาน
CORREL(D2:D15, E2:E15)
D2:D15 = ความสูงพนักงาน, E2:E15 = อัตราขาย ผลลัพธ์ 0.08 (เกือบ 0) แสดงว่าความสูงกับผลงาน ไม่เกี่ยวข้องกัน
Excel Formula:

=CORREL(D2:D15, E2:E15)

Result:

0.08

ความสัมพันธ์ทางลบ – ราคากับปริมาณขาย
CORREL(F2:F20, G2:G20)
F2:F20 = ราคาสินค้า (100, 95, 90…), G2:G20 = จำนวนที่ขาย ผลลัพธ์ -0.78 แสดงว่า ยิ่งราคาสูง ปริมาณขายยิ่งลดลง (ไปสวนทางกัน)
Excel Formula:

=CORREL(F2:F20, G2:G20)

Result:

-0.78

ใช้กับ Table Reference
CORREL(Sales[Advertising_Spend], Sales[Revenue])
ถ้าคุณใช้ Table ใน Excel คุณสามารถใช้ชื่อคอลัมน์แทนการอ้างอิง A1:A10 วิธีนี้สะดวกกว่าและอัพเดตอัตโนมัติเมื่อมีข้อมูลใหม่
Excel Formula:

=CORREL(Sales[Advertising_Spend], Sales[Revenue])

Result:

0.85

FAQs

CORREL กับ PEARSON ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองให้ผลลัพธ์เหมือนกัน CORREL เป็นชื่อที่ใช้บ่อย PEARSON เป็นชื่อเรียกตามสถิติ ใช้ตัวไหนก็ได้

ทำไม CORREL บอกว่าข้อมูลไม่เท่ากัน (#N/A)?

array1 และ array2 ต้องมีจำนวนข้อมูลเท่ากัน เช่น ถ้า array1 มี 10 ค่า array2 ต้องมี 10 ค่าด้วย นับตัวเลขดูให้ดี

ถ้าผลลัพธ์ 0 หมายความว่าไม่มีความสัมพันธ์เลยใช่ไหม?

ใช่ ค่า 0 หรือใกล้ 0 (เช่น -0.15 ถึง 0.15) หมายความว่าข้อมูลทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกัน

CORREL ใช้ได้กับข้อมูลประเภทไหน?

เฉพาะตัวเลข Text หรือค่าว่างจะถูกข้ามไป ถ้าคุณต้องการความสัมพันธ์ข้อมูลชนิดอื่น ต้องแปลงเป็นตัวเลขก่อน

Resources & Related

Additional Notes

CORREL (Correlation) เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้หาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสองชุด ผลลัพธ์บอกเราว่าเมื่อข้อมูลชุดแรกเพิ่มขึ้น ข้อมูลชุดที่สองจะเพิ่มขึ้น ลดลง หรือไม่เปลี่ยนแปลง

ทำไมต้องใช้ CORREL? เพราะการมองตาคร่าวๆ เข้าใจผิดได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น อุณหภูมิสูงและยอดขายเย็นสูงพร้อมกัน คุณอาจคิดว่าเกี่ยวข้องกัน แต่ CORREL จะบอกคุณความสัมพันธ์ที่แท้จริง

ผลลัพธ์ที่ได้:
– ค่าใกล้ +1 = ความสัมพันธ์ทางบวกแรง (หนึ่งเพิ่มอีกอันก็เพิ่ม)
– ค่าใกล้ 0 = ไม่มีความสัมพันธ์
– ค่าใกล้ -1 = ความสัมพันธ์ทางลบแรง (หนึ่งเพิ่มอีกอันลดลง)

ประเด็นที่ต้องระวัง: CORREL ต้องการจำนวนข้อมูลเท่ากันในทั้งสองชุด และไม่รวมค่า Text หรือ Empty cells ถ้าข้อมูลขาดหรือพิมพ์ผิด ผลลัพธ์อาจเสีย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *