Thep Excel

COVARIANCE.Pหาความแปรปรวนร่วม (ประชากร)

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

fx
=COVARIANCE.P(array1, array2)

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
array1 Range/Array ชุดข้อมูลแรก (เช่น คะแนน X)
array2 Range/Array ชุดข้อมูลที่สอง (เช่น คะแนน Y)

Additional Notes

COVARIANCE.P ช่วยหาค่าความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) โดยคำนวณค่าเฉลี่ยของผลคูณของส่วนเบี่ยงเบนสำหรับแต่ละคู่ข้อมูล

สูตรทั่วไปคือ: Covariance = SUM((x – mean_x) * (y – mean_y)) / n

ความแตกต่างหลัก: COVARIANCE.P หารด้วย n (จำนวนข้อมูลทั้งหมด) ใช้เมื่อข้อมูลเป็นประชากรทั้งหมด ส่วน COVARIANCE.S หารด้วย (n-1) ใช้เมื่อข้อมูลเป็นตัวอย่างจากประชากรที่ใหญ่กว่า

ที่เจ๋งคือ: ค่าความแปรปรวนร่วมไม่มีหน่วยที่เข้าใจง่าย แต่ช่วยให้รู้ว่าตัวแปรสองตัวมีความสัมพันธ์กันแค่ไหน คุณสามารถใช้กับ CORREL เพื่อปรับให้เป็นค่า -1 ถึง 1 ได้

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – เชื่อมโยงบวกสมมติว่า A2:A5 = {1, 2, 3, 4} (ชั่วโมงเรียน) และ B2:B5 = {2, 4, 5, 7} (คะแนน) =COVARIANCE.P(A2:A5, B2:B5)

ค่า covariance เป็นบวก (2.5) แสดงว่าเมื่อชั่วโมงเรียนเพิ่มขึ้น คะแนนก็เพิ่มขึ้นด้วย

fx
สมมติว่า A2:A5 = {1, 2, 3, 4} (ชั่วโมงเรียน) และ B2:B5 = {2, 4, 5, 7} (คะแนน)
=COVARIANCE.P(A2:A5, B2:B5)

ผลลัพธ์2.5
ตัวอย่างจริง – การเชื่อมโยงหุ้นสมมติว่า A2:A11 = ผลตอบแทน Stock A, B2:B11 = ผลตอบแทน Stock B =COVARIANCE.P(A2:A11, B2:B11)

ใช้หา covariance ระหว่างผลตอบแทนของสองหุ้น ช่วยตัดสินใจการลงทุนพอร์ตโฟลิโอ

fx
สมมติว่า A2:A11 = ผลตอบแทน Stock A, B2:B11 = ผลตอบแทน Stock B
=COVARIANCE.P(A2:A11, B2:B11)

ผลลัพธ์0.0045
ตัวอย่างเชื่อมโยงลบสมมติว่า A2:A4 = {10, 20, 30} (ราคาสินค้า) และ B2:B4 = {100, 50, 25} (ปริมาณขาย) =COVARIANCE.P(A2:A4, B2:B4)

ค่า covariance เป็นลบ (-250) แสดงว่ามีความสัมพันธ์ผกผัน: เมื่อราคาสูงขึ้น ปริมาณขายลดลง

fx
สมมติว่า A2:A4 = {10, 20, 30} (ราคาสินค้า) และ B2:B4 = {100, 50, 25} (ปริมาณขาย)
=COVARIANCE.P(A2:A4, B2:B4)

ผลลัพธ์-250
ข้อมูลไม่เกี่ยวข้องสมมติว่า A2:A5 = {1, 2, 3, 4} (อุณหภูมิ) และ B2:B5 = {50, 23, 88, 12} (ข้อมูลสุ่ม) =COVARIANCE.P(A2:A5, B2:B5)

เมื่อค่า covariance ใกล้ 0 แสดงว่าไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองตัวแปร

fx
สมมติว่า A2:A5 = {1, 2, 3, 4} (อุณหภูมิ) และ B2:B5 = {50, 23, 88, 12} (ข้อมูลสุ่ม)
=COVARIANCE.P(A2:A5, B2:B5)

ผลลัพธ์ใกล้ 0

FAQs

COVARIANCE.P vs COVARIANCE.S ต่างกันยังไง?+

COVARIANCE.P (ประชากร) หารด้วย n ใช้เมื่อข้อมูลเป็นประชากรทั้งหมด ส่วน COVARIANCE.S (ตัวอย่าง) หารด้วย (n-1) ใช้เมื่อข้อมูลเป็นตัวอย่างเท่านั้น ส่วนใหญ่ในการวิเคราะห์ข้อมูล ให้ใช้ COVARIANCE.S

ค่า covariance ที่เป็นลบหมายถึงอะไร?+

ค่าลบแสดงว่ามีความสัมพันธ์ผกผัน: เมื่อตัวแปรหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกตัวแปรหนึ่งจะลดลง

จำนวนตัวเลขในทั้งสองชุดต้องเท่ากันหรือไม่?+

ใช่ array1 และ array2 ต้องมีจำนวนข้อมูลเท่ากัน ถ้าไม่เท่า Excel จะแสดง #N/A error

เซลล์ว่างหรือข้อความ Excel จะจัดการยังไง?+

Excel จะไม่นับเซลล์ว่าง ข้อความ และค่าตรรกะ (TRUE/FALSE) เอง แต่เซลล์ที่มีค่า 0 จะถูกนับรวม

ใช้ COVARIANCE.P กับข้อมูลกี่ตัวได้?+

ไม่มีข้อจำกัด แต่ยิ่งข้อมูลมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ยิ่งเชื่อถือได้

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ COVARIANCE.P จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้COVARIANCE.PStatistical
Statistical (3)
CORREL

CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

COVARIANCE.S

COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร

PEARSON

หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation coefficient) ระหว่างสองชุดข้อมูล – เหมือน CORREL

Compatibility (3)
COVAR

ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน

STDEV

STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1

VAR

VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่