หาโอกาสความสำเร็จในช่วงที่กำหนด (เช่น สำเร็จระหว่าง 3 ถึง 5 ครั้ง) สะดวกกว่าการใช้ BINOM.DIST มาลบกัน
=BINOM.DIST.RANGE(trials, probability_s, number_s, [number_s2])
=BINOM.DIST.RANGE(trials, probability_s, number_s, [number_s2])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| trials | Number | Yes | จำนวนการทดลองหรือจำนวนเหตุการณ์ที่ทดสอบ ต้องเป็นจำนวนเต็มที่ >= 0 | |
| probability_s | Number | Yes | โอกาสสำเร็จในแต่ละครั้ง ต้องอยู่ระหว่าง 0 และ 1 (0% ถึง 100%) | |
| number_s | Number | Yes | จำนวนความสำเร็จขั้นต่ำที่ต้องการ ต้องเป็นจำนวนเต็มระหว่าง 0 และ trials | |
| number_s2 | Number | Optional | จำนวนความสำเร็จขั้นสูง ถ้าไม่ระบุ จะใช้ค่า number_s เป็นค่าเดียว ต้องเป็นจำนวนเต็มระหว่าง 0 และ trials |
BINOM.DIST.RANGE(10, 0.5, 4, 6)=BINOM.DIST.RANGE(10, 0.5, 4, 6)
0.656 (หรือ 65.6%)
BINOM.DIST.RANGE(100, 0.05, 2, 5)=BINOM.DIST.RANGE(100, 0.05, 2, 5)
0.284 (หรือ 28.4%)
BINOM.DIST.RANGE(10, 0.5, 5, 10)=BINOM.DIST.RANGE(10, 0.5, 5, 10)
0.623 (หรือ 62.3%)
BINOM.DIST.RANGE(20, 0.3, 6)=BINOM.DIST.RANGE(20, 0.3, 6)
0.0740 (หรือ 7.4%)
BINOM.DIST.RANGE เป็นฟังก์ชัน Excel 365 ใหม่เพิ่มเข้ามาปี 2020 ถ้ามี Excel 2019 เก่า ๆ ยังใช้ไม่ได้ ต้องใช้ BINOM.DIST แทน
BINOM.DIST ใช้หาโอกาสของค่าเดียว (หรือสะสม) BINOM.DIST.RANGE ใช้หาความน่าจะเป็นในช่วง จะสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องลบกันเอง
ฟังก์ชันจะคืนค่า #NUM! error เพราะค่านี้ต้องไม่เกิน trials
ใช่ เช่น 0.5 แทน 50% หรือ 0.3 แทน 30% ถ้าใส่เลขมากกว่า 1 หรือน้อยกว่า 0 จะ error #NUM!
BINOM.DIST.RANGE คือฟังก์ชันที่ช่วยหาความน่าจะเป็นของการทดลองแบบทวินาม (binomial distribution) ในช่วงที่กำหนด เช่น หาโอกาสว่าเมื่อโยนเหรียญ 10 ครั้ง จะออกหัวระหว่าง 3-7 ครั้ง
ที่เจ๋งคือ BINOM.DIST.RANGE ช่วยให้คุณไม่ต้องคำนวณ BINOM.DIST ทีละค่า แล้วลบกันเอง ใช้ one-shot formula เลยได้ผลในทันที
ส่วนตัวผม ใช้ประโยชน์ตอนวิเคราะห์ความเสี่ยงเรื่องอะไร ๆ – เช่น โอกาสให้สายปลายออก 5-10 ครั้งต่อเดือน หรือโอกาสการปลงจอกใจกับลูกค้าเกิน 3 ครั้งต่อไตรมาส 😎