DB คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบลดลงตามยอดคงเหลือ ค่าเสื่อมจะสูงในปีแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ
=DB(cost, salvage, life, period, [month])
=DB(cost, salvage, life, period, [month])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| cost | Number | Yes | ราคาทุนของสินทรัพย์ (ราคาซื้อเดิม) | |
| salvage | Number | Yes | มูลค่าซากของสินทรัพย์หลังจากจบอายุการใช้งาน (residual value) | |
| life | Number | Yes | อายุการใช้งานของสินทรัพย์ (จำนวนปี หรือปีที่) | |
| period | Number | Yes | ปีที่ต้องการคิดค่าเสื่อม (1 = ปีแรก, 2 = ปีที่ 2, เป็นต้น) | |
| month | Number | Optional | 12 | จำนวนเดือนในปีแรกที่ใช้งาน (1-12) ถ้าไม่ระบุจะเป็น 12 เดือน |
DB(100000, 10000, 5, 1)=DB(100000, 10000, 5, 1)
36,900
DB(100000, 10000, 5, 1, 6)=DB(100000, 10000, 5, 1, 6)
18,450
DB(100000, 10000, 5, 2)=DB(100000, 10000, 5, 2)
23,279.10
DB(100000, 10000, 5, 5, 9)=DB(100000, 10000, 5, 5, 9)
1,576.89
DB (Fixed-Declining Balance) คิดค่าเสื่อมสูงในปีแรก แล้วลดน้อยลงเรื่อยๆ | SLN (Straight-Line) คิดค่าเสื่อมเท่าๆ กันทุกปี | ใช้ DB เมื่อสินทรัพย์หมดค่าเร็ว (รถยนต์, โนเบ็ก) | ใช้ SLN เมื่อหมดค่าสม่ำเสมอ (อาคาร, ที่ดิน)
DB = Fixed-Declining Balance (ลดลงตามอัตราคงที่) | DDB = Double-Declining Balance (ลดลงแบบสองเท่า = อัตราเร่งมากกว่า) | ใช้ DDB ถ้าต้องการค่าเสื่อมเร่งตัวมากขึ้น
ปกติคือ 12 (เต็มปี) ถ้าสินทรัพย์ซื้อตรงกลางปี ระบุจำนวนเดือนที่ใช้งานจริงในปีแรก เช่น ซื้อเดือนที่ 7 = ใช้งาน 6 เดือน ให้ใส่ month=6
จะได้ค่าผิดปกติ (อาจเป็น negative) เพราะ DB สมมติว่าซาก < ราคาทุนเสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจ
ใช้ได้ตั้งแต่ Excel 2007 ขึ้นไป รวมถึง Excel 365
ฟังก์ชัน DB ช่วยคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์โดยใช้วิธี Fixed-Declining Balance (วิธีลดลงตามยอดคงเหลือ) ซึ่งเหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่ค่าลดลงเร็ว ๆ ในปีแรก เช่น รถยนต์ เครื่องจักร หรือเก่งอ่าว
ที่เจ๋งคือ DB รองรับการคิดค่าเสื่อมเมื่อสินทรัพย์ใช้งานไม่เต็มปี ผ่านพารามิเตอร์ month ทำให้สามารถคิดค่าเสื่อมแบบมีส่วนปี (partial year) ได้อย่างถูกต้อง
ส่วนตัวผม DB ชอบใช้สำหรับวิเคราะห์สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมแบบเร่งตัว เพราะค่าเสื่อมปีแรกจะสูงมาก ลดลงเรื่อยๆ ต่างจาก SLN ที่คิดเท่า ๆ กันทุกปี 😎