ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().
=ERF.PRECISE(lower_limit)
=ERF.PRECISE(lower_limit)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| lower_limit | Number | Yes | ค่าตัวเลขที่ใช้เป็นขีดจำกัดของการบูรณาการ (ขีดจำกัดล่าง) ฟังก์ชันจะคำนวณค่า Error Function ตั้งแต่ 0 ถึงค่านี้ |
ERF.PRECISE(1)=ERF.PRECISE(1)
0.8427007929
ERF.PRECISE(0)=ERF.PRECISE(0)
ERF.PRECISE(-0.5)=ERF.PRECISE(-0.5)
-0.5204998778
ERF.PRECISE(2.5)=ERF.PRECISE(2.5)
0.9999206
ERF.PRECISE ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความแม่นยำสูงขึ้น และใช้พารามิเตอร์ที่ง่ายกว่า (เพียง lower_limit เท่านั้น) ส่วน ERF() เป็นรุ่นเก่าที่สนับสนุนพารามิเตอร์สองตัว Microsoft แนะนำให้ใช้ ERF.PRECISE สำหรับโค้ดใหม่
ใช่ได้ ERF.PRECISE รองรับค่าลบทั้งบวกและลบ และเป็นฟังก์ชันคี่ หมายความว่า ERF.PRECISE(-x) = -ERF.PRECISE(x)
Error Function เข้าใกล้ 1 เมื่อ x เข้าใกล้อนันต์ บางครั้งเรียกค่า 1 ว่าเป็นขีดจำกัด ที่ประมาณ x=3 ค่าจะ 0.99998 แล้ว
Error Function ใช้ในสถิติ (การแจกแจงแบบปกติ ความน่าจะเป็น) วิศวกรรม (การถ่ายเทความร้อน) และฟิสิกส์ (การแพร่กระจาย) ถ้าต้องการความน่าจะเป็นแบบเต็มจากการแจกแจงปกติ ให้ใช้ NORM.DIST แทน
จะได้ #VALUE! error ทำให้ต้องใส่ข้อมูลเป็นตัวเลขเท่านั้น
ERF.PRECISE คือฟังก์ชันที่คำนวณค่า Error Function (ฟังก์ชันข้อผิดพลาด) ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์พิเศษที่สำคัญในสถิติและฟิสิกส์
Error Function ช่วยในการวิเคราะห์การแจกแจงแบบปกติ การคำนวณความน่าจะเป็น และปัญหาการถ่ายเทความร้อน ค่า x ถูกบูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ
Functionนี้เป็นรุ่นปรับปรุงจาก ERF() ที่เสนอให้ใช้ในเวอร์ชัน Excel 2013 ขึ้นไป โดยมีความแม่นยำสูงกว่า และ Microsoft แนะนำให้ใช้ ERF.PRECISE แทน ERF() สำหรับโค้ดใหม่