Thep Excel

PRICEMATคำนวณราคาตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด

PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ

fx
=PRICEMAT(settlement, maturity, issue, rate, yld, [basis])

ความนิยม4/10
ความยาก6/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 11 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
settlement date วันที่ชำระคืน (Settlement Date) – วันที่ตราสารถูกซื้อขายจริง และเงินจริงเปลี่ยนมือ
maturity date วันที่ครบกำหนด (Maturity Date) – วันที่ตราสารหมดอายุและผู้ออกตราสารชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด
issue date วันที่ออกตราสาร (Issue Date) – วันที่ตราสารถูกออกเสมอแรก ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยสะสม
rate number อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Coupon Rate) – อัตราดอกเบี้ยรายปีของตราสาร (ควรเป็นทศนิยม เช่น 0.05 สำหรับ 5%)
yld number ผลตอบแทนต่อปี (Annual Yield) – อัตราผลตอบแทนต่อปีที่ต้องการของตราสาร (ควรเป็นทศนิยม)
[basis]ไม่บังคับ number พื้นฐานการนับวัน (Day Count Basis) – วิธีการนับวัน: 0 = Actual/Actual (ค่าเริ่มต้น), 1 = Actual/360, 2 = Actual/365, 3 = European 30/360, 4 = 30/360

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

PRICEMAT ใช้สำหรับตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายคูปองระหว่างช่วงเวลา แต่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดพร้อมกับเงินต้นเมื่อครบกำหนด ซึ่งต่างจาก PRICE ที่ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองหลายครั้ง หรือ PRICEDISC ที่สำหรับตราสารลดราคา

ที่เจ๋งคือ PRICEMAT พิจารณาถึง basis (วิธีการนับวัน) ที่แตกต่างกัน เช่น Actual/Actual, 30/360, Actual/360 ซึ่งส่งผลต่อการคำนวณราคาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตราสารที่มีระยะเวลาสั้นหรือวันที่อยู่ระหว่างระหว่างจ่ายคูปอง

ส่วนตัวผม ถ้าต้องการคำนวณราคาตราสารในโลกความเป็นจริง คุณต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง settlement date (วันที่ซื้อขายจริง) และ maturity date (วันครบกำหนด) เพราะมันมีผลต่อระยะเวลาถือครองและผลตอบแทน

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: คำนวณราคา Treasury BondPRICEMAT(DATE(2024,1,15), DATE(2024,12,15), DATE(2024,1,1), 0.05, 0.06)

ตราสารออกเมื่อ 1 ม.ค. 2567 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ชำระคืนเมื่อ 15 ธ.ค. 2567 ซื้อขายเมื่อ 15 ม.ค. 2567 ด้วยผลตอบแทน 6% ราคาจะต่ำกว่า 100 เพราะ yield (6%) สูงกว่า coupon rate (5%)

fx
=PRICEMAT(DATE(2024,1,15), DATE(2024,12,15), DATE(2024,1,1), 0.05, 0.06)

ผลลัพธ์99.1 (ประมาณ)
ตัวอย่างจริง: อ้างอิงเซลล์PRICEMAT(A2, A3, A4, A5, A6, A7)

ใช้เซลล์อ้างอิง โดย A2=settlement, A3=maturity, A4=issue, A5=rate, A6=yld, A7=basis ทำให้เปลี่ยนแปลงค่าได้ง่าย

fx
=PRICEMAT(A2, A3, A4, A5, A6, A7)

ผลลัพธ์99.45 (ตัวอย่าง)
ตัวอย่างเพิ่มเติม: ผลตอบแทนสูงกว่าคูปองPRICEMAT(DATE(2025,3,1), DATE(2026,3,1), DATE(2024,1,1), 0.03, 0.05, 1)

ผลตอบแทน 5% สูงกว่าอัตราคูปอง 3% มาก ดังนั้นราคาจึงต่ำกว่า 100 ใช้ basis=1 (Actual/360) สำหรับมาตรฐานเงินสด

fx
=PRICEMAT(DATE(2025,3,1), DATE(2026,3,1), DATE(2024,1,1), 0.03, 0.05, 1)

ผลลัพธ์97.93 (ประมาณ)

FAQs

ต่างกันยังไงระหว่าง PRICEMAT กับ PRICE?+

PRICEMAT ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด ส่วน PRICE ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองอยู่หลายครั้ง (เช่น ทุก 6 เดือน)

PRICEMAT ต่างจาก PRICEDISC อย่างไร?+

PRICEDISC ใช้สำหรับตราสารลดราคา (ขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว โดยไม่มีดอกเบี้ย) ส่วน PRICEMAT มีดอกเบี้ยแบบสะสม

Settlement date ต้องตั้งค่าอย่างไร?+

Settlement date ควรเป็นวันที่ซื้อขายจริง ซึ่งมักจะ T+2 (2 วันทำการ หลังจากการซื้อขาย) หรือวันที่ระบุในสัญญา

Basis พารามิเตอร์ส่งผลต่อผลลัพธ์มากแค่ไหน?+

Basis ส่งผลต่อการนับจำนวนวันระหว่าง settlement กับ maturity ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาถือครอง โดยเฉพาะตราสารระยะสั้น ความแตกต่างอาจถึง 0.1-0.5% ของราคา

ถ้า rate = yld จะเป็นอย่างไร?+

ถ้า rate (coupon rate) = yld (yield) ราคาจะเท่ากับ 100 (ราคาหน้าตั๋ว) โดยพิจารณาเวลาที่เหลือและการนับวัน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ PRICEMAT จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้PRICEMATFinancial
Financial (10)
DURATION

DURATION คำนวณ Macaulay Duration ของหลักทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการวัดอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสด ใช้วัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

MDURATION

MDURATION ช่วยคำนวณความไว (modified duration) ของพันธบัตรต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ใช้วัดความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย

ODDFPRICE

ODDFPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก (ช่วงเวลาสั้นหรือยาว) ใช้สำหรับตราสารโบนด์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งแรกไม่ปกติ เช่น โบนด์ที่ออกในช่วงกลางระหว่างวันชำระปกติ

ODDFYIELD

ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ

ODDLPRICE

ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ

ODDLYIELD

ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ

PRICE

PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย

PRICEDISC

PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน

YIELD

YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่

YIELDMAT

YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่