FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น “A” ไม่เหมือนกับ “a”) ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
=FIND(find_text, within_text, [start_num])
=FIND(find_text, within_text, [start_num])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| find_text | Text | Yes | คำหรือตัวอักษรที่ต้องการค้นหา (Case-sensitive) | |
| within_text | Text | Yes | ข้อความหลักที่จะเข้าไปค้นหา | |
| start_num | Number | Optional | 1 | ตำแหน่งเริ่มต้นที่จะให้ค้นหา (ถ้าไม่ระบุจะเริ่มจากตัวแรก) |
ใช้ FIND หาช่องว่างระหว่างชื่อกับนามสกุล เพื่อระบุจุดตัดสำหรับฟังก์ชัน LEFT หรือ MID
ตรวจสอบว่ารหัสสินค้ามีตัวพิมพ์ใหญ่ตามที่กำหนดหรือไม่ (เช่น รหัสต้องขึ้นต้นด้วย "A" เท่านั้น ห้ามเป็น "a")
FIND("@", "user@example.com")=FIND("@", "user@example.com")
5
FIND("E", "Excel")=FIND("E", "Excel")
1
FIND("Pro", "iPad Pro (Pro Model)", 10)=FIND("Pro", "iPad Pro (Pro Model)", 10)
11
LEFT(A2, FIND(" ", A2) - 1)=LEFT(A2, FIND(" ", A2) - 1)
ชื่อจริง
FIND **แยกแยะ** ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ และใช้ Wildcard ไม่ได้ ส่วน SEARCH **ไม่แยกแยะ** (Case-insensitive) และใช้ Wildcard ได้
จะเกิด Error #VALUE! ครับ สามารถใช้ IFERROR หรือ ISNUMBER(FIND(…)) เพื่อจัดการกรณีที่ไม่พบคำได้
ได้ครับ ใช้ Nested FIND: =FIND(“a”, A1, FIND(“a”, A1) + 1) จะหาตัว “a” ที่สองในข้อความ
เพราะ FIND ค้นหาแบบ Exact Match ถ้าต้องใช้ Wildcard ต้องใช้ SEARCH แทน
FIND ค้นหาตำแหน่งของคำในข้อความ INDEX/MATCH ค้นหาข้อมูลในตาราง ตัวอย่าง FIND ใช้ค้นหา @ ในอีเมล แต่ INDEX/MATCH ใช้ค้นหาชื่อในรายการ
FIND ค่อนข้างเร็ว แต่ถ้าต้องค้นหาเรื่องเล่นตัวอักษร (บางตัวค้นหาหลายครั้ง) ตรวจสอบตัวอักษรที่ซ้ำ ใช้ IFERROR เพื่อหลีกเลี่ยง Error
ฟังก์ชัน FIND ใช้สำหรับค้นหาตำแหน่งของตัวอักษรหรือคำในข้อความ โดยจะคืนค่าเป็นตัวเลขตำแหน่งที่พบ (เช่น เจอที่ตัวอักษรที่ 5) และฟังก์ชันนี้จะ **แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (Case-sensitive)**