Thep Excel

IMARGUMENT – หาค่า Theta (Argument)

ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน

=IMARGUMENT(inumber)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
3/10

Difficulty
5/10

Usefulness
4/10

Syntax & Arguments

=IMARGUMENT(inumber)

Argument Type Required Default Description
inumber Text Yes จำนวนเชิงซ้อนที่ต้องการหาอาร์กิวเมนต์ (รูปแบบ: a+bi หรือ a-bi)

Examples

ตัวอย่าง: หามุมของ 3+4i
IMARGUMENT("3+4i")
มุมของจำนวนเชิงซ้อน 3+4i คำนวณจาก atan2(4, 3) ได้ประมาณ 0.927 เรเดียน หรือประมาณ 53.13 องศานั่นเอง
.
ส่วนตัวผมชอบนึกภาพว่า ถ้าเราวาดจุด (3, 4) บนกราฟ แล้วลากเส้นจากจุดกำเนิดไปถึงจุดนั้น มุมที่เกิดขึ้นจึงเป็นค่า argument นั่นครับ 😎
Excel Formula:

=IMARGUMENT("3+4i")

Result:

0.927295

ตัวอย่าง: หามุมของ 1+1i
IMARGUMENT("1+1i")
มุมของ 1+1i (atan2(1, 1)) ได้ 0.785398 เรเดียน ซึ่งเท่ากับ 45 องศาพอดี เพราะส่วนจริงและจินตภาพเท่ากัน
Excel Formula:

=IMARGUMENT("1+1i")

Result:

0.785398

ตัวอย่าง: หามุมของจำนวนลบ
IMARGUMENT("-3+4i")
เมื่อส่วนจริงเป็นลบ (อยู่ด้านซ้าย) มุมจึงมีค่ามากกว่า 90 องศา ได้ประมาณ 2.214 เรเดียน หรือประมาณ 126.87 องศาครับ
Excel Formula:

=IMARGUMENT("-3+4i")

Result:

2.214297

FAQs

ผมต้องแปลง IMARGUMENT ให้เป็นองศาได้ไหม?

ได้ครับ ใช้ฟังก์ชัน DEGREES() ครอบไว้ เช่น =DEGREES(IMARGUMENT(“3+4i”)) ก็ได้ผลลัพธ์ประมาณ 53.13 องศา ผมมักใช้วิธีนี้เวลาต้องเขียนรายงาน เพราะมุมเป็นองศาจะเข้าใจง่ายกว่า

แล้ว IMARGUMENT("0") ให้ผลอะไร?

จะให้ #DIV/0! error ครับ เพราะ 0 ไม่ได้เป็นจำนวนเชิงซ้อนที่ถูกต้องตามหลัก engineering ผมแนะนำให้เช็คค่าข้อมูลก่อน หรือใช้ IFERROR() เพื่อจัดการ error นี้

IMARGUMENT กับ ATAN2 ต่างกันยังไง?

ผม consider ว่า IMARGUMENT คือตัวช่วยเฉพาะสำหรับจำนวนเชิงซ้อน ส่วน ATAN2 คือฟังก์ชันคณิตศาสตร์ทั่วไป ผลลัพธ์เหมือนกัน (atan2(y, x)) แต่ IMARGUMENT รับอินพุตเป็น text รูป “a+bi” ซึ่งสะดวกกว่า

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน IMARGUMENT ช่วยหามุม (Theta หรือ Argument) ของจำนวนเชิงซ้อน บอกเราว่าจำนวนเชิงซ้อนชี้ไปทางไหนในระนาบเชิงซ้อน โดยใช้การคำนวณแบบ atan2(imaginary, real) ครับ

ที่เจ๋งคือ มันส่งกลับมุมแบบเรเดียน (-π ถึง π) ได้เลย และเข้ากันได้กับงาน engineering หรือ physics ที่ต้องแปลงเลขเชิงซ้อนเป็นพิกัดเชิงขั้ว

ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้กับฟังก์ชัน DEGREES() เมื่อต้องการแปลงเป็นองศา เช่น =DEGREES(IMARGUMENT(“3+4i”)) ก็ได้ 53.13 องศา สะดวกมากครับ 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *