ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน
=IMARGUMENT(inumber)
=IMARGUMENT(inumber)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| inumber | Text | Yes | จำนวนเชิงซ้อนที่ต้องการหาอาร์กิวเมนต์ (รูปแบบ: a+bi หรือ a-bi) |
IMARGUMENT("3+4i")=IMARGUMENT("3+4i")
0.927295
IMARGUMENT("1+1i")=IMARGUMENT("1+1i")
0.785398
IMARGUMENT("-3+4i")=IMARGUMENT("-3+4i")
2.214297
ได้ครับ ใช้ฟังก์ชัน DEGREES() ครอบไว้ เช่น =DEGREES(IMARGUMENT(“3+4i”)) ก็ได้ผลลัพธ์ประมาณ 53.13 องศา ผมมักใช้วิธีนี้เวลาต้องเขียนรายงาน เพราะมุมเป็นองศาจะเข้าใจง่ายกว่า
จะให้ #DIV/0! error ครับ เพราะ 0 ไม่ได้เป็นจำนวนเชิงซ้อนที่ถูกต้องตามหลัก engineering ผมแนะนำให้เช็คค่าข้อมูลก่อน หรือใช้ IFERROR() เพื่อจัดการ error นี้
ผม consider ว่า IMARGUMENT คือตัวช่วยเฉพาะสำหรับจำนวนเชิงซ้อน ส่วน ATAN2 คือฟังก์ชันคณิตศาสตร์ทั่วไป ผลลัพธ์เหมือนกัน (atan2(y, x)) แต่ IMARGUMENT รับอินพุตเป็น text รูป “a+bi” ซึ่งสะดวกกว่า
ฟังก์ชัน IMARGUMENT ช่วยหามุม (Theta หรือ Argument) ของจำนวนเชิงซ้อน บอกเราว่าจำนวนเชิงซ้อนชี้ไปทางไหนในระนาบเชิงซ้อน โดยใช้การคำนวณแบบ atan2(imaginary, real) ครับ
ที่เจ๋งคือ มันส่งกลับมุมแบบเรเดียน (-π ถึง π) ได้เลย และเข้ากันได้กับงาน engineering หรือ physics ที่ต้องแปลงเลขเชิงซ้อนเป็นพิกัดเชิงขั้ว
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้กับฟังก์ชัน DEGREES() เมื่อต้องการแปลงเป็นองศา เช่น =DEGREES(IMARGUMENT(“3+4i”)) ก็ได้ 53.13 องศา สะดวกมากครับ 😎