ฟังก์ชัน SYD ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์โดยใช้วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-Years’ Digits) ซึ่งเป็นวิธีการเสื่อมราคาแบบเร่งที่ให้ค่าเสื่อมมากในปีแรกและลดลงทีละน้อยตามที่สินทรัพย์เก่าลง
=SYD(cost, salvage, life, per)
=SYD(cost, salvage, life, per)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| cost | Number | Yes | ต้นทุนเริ่มต้นของสินทรัพย์ (ราคาซื้อ) | |
| salvage | Number | Yes | มูลค่าซากของสินทรัพย์ ณ สิ้นสุดอายุการใช้งาน (residual value) | |
| life | Number | Yes | จำนวนงวดทั้งหมดที่สินทรัพย์สามารถใช้งานได้ (อายุการใช้งาน) | |
| per | Number | Yes | งวดที่คุณต้องการคำนวณค่าเสื่อมราคา (ต้องอยู่ระหว่าง 1 ถึง life) |
SYD(10000, 1000, 5, 1)=SYD(10000, 1000, 5, 1)
3000
SYD(300000, 50000, 5, 1)=SYD(300000, 50000, 5, 1)
83333.33
SYD(300000, 50000, 5, 3)=SYD(300000, 50000, 5, 3)
50000
SYD(300000, 50000, 5, 5)=SYD(300000, 50000, 5, 5)
16666.67
SYD เสื่อมปีแรกมากกว่า (3,000 บาทจาก 10,000) แต่ปีสุดท้ายเสื่อมน้อย ส่วน SLN เสื่อมเท่าๆ กันทุกปี (1,800 บาท) ตัวเลือกไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายทางด้านภาษีและการบัญชีของบริษัท
ฟังก์ชัน SYD ใช้ได้กับ Excel ทุกเวอร์ชัน รวมถึง Excel 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016 ทั้ง Windows และ Mac
ควรเป็นจำนวนเต็ม ถ้าใส่ทศนิยมจะถูกตัดออก (truncate) อยู่ดี แต่ต้องอยู่ระหว่าง 1 ถึง life
Excel จะส่งกลับ #NUM! error เพราะค่าประตูอยู่นอกช่วงที่ถูกต้อง
ฟังก์ชัน SYD ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบผลรวมจำนวนปี ซึ่งเหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่สูญเสียมูลค่าเร็วในตอนต้น เช่น รถยนต์ หรือเครื่องจักร
ที่เจ๋งของวิธี SYD คือจะให้ค่าเสื่อมมากกว่าวิธี Straight-Line ในปีแรก ซึ่งช่วยให้บริษัทประหยัดภาษีได้มากกว่าในช่วงเริ่มต้น และจะลดค่าเสื่อมลงเรื่อยๆ ตามปีที่ผ่านไป
ส่วนตัวผม SYD เหมาะที่สุดสำหรับการวิเคราะห์ตนทุนในปีแรกๆ เพราะให้ค่าเสื่อมสูงสุด ทำให้กำไรสุทธิต่ำลง และลดภาษีได้มากกว่าวิธีเส้นตรง 😎