Thep Excel

ISERROR – ตรวจสอบว่ามี Error หรือไม่ (ทุกประเภท)

ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล

=ISERROR(value)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
6/10

Difficulty
2/10

Usefulness
8/10

Syntax & Arguments

=ISERROR(value)

Argument Type Required Default Description
value Any Yes ค่าหรือสูตรที่ต้องการตรวจสอบ (เซลล์, สูตร, หรือค่าคงที่ก็ได้)

How it works

Conditional Formatting ไฮไลท์จุดที่ผิดพลาด

ใช้สูตร =ISERROR(A1) ใน Conditional Formatting เพื่อเปลี่ยนสีพื้นหลังของเซลล์ที่มี Error ให้เด่นชัดขึ้น ช่วยให้ตรวจสอบไฟล์ขนาดใหญ่ได้ง่าย

ตรวจสอบความถูกต้องของสูตร

ใช้ตรวจสอบว่าสูตรที่เขียนไปมีข้อผิดพลาดหรือไม่ (เช่น อ้างอิงเซลล์ผิด #REF! หรือพิมพ์ชื่อสูตรผิด #NAME?)

Examples

ตรวจสอบการหารด้วยศูนย์
ISERROR(100/0)
100 หาร 0 ได้ค่า #DIV/0! ซึ่งเป็น Error ชนิดหนึ่ง ดังนั้น ISERROR จึงคืนค่า TRUE
Excel Formula:

=ISERROR(100/0)

Result:

TRUE

ตรวจสอบ VLOOKUP ที่ไม่พบข้อมูล
ISERROR(VLOOKUP("X", Data, 2, 0))
ถ้า VLOOKUP หา "X" ไม่เจอ จะคืนค่า #N/A ซึ่งถือเป็น Error ดังนั้น ISERROR จะคืนค่า TRUE (ต่างจาก ISERR ที่จะไม่นับ #N/A)
Excel Formula:

=ISERROR(VLOOKUP("X", Data, 2, 0))

Result:

TRUE (ถ้าไม่เจอ)

ใช้กับ IF เพื่อซ่อน Error และแสดงค่าปกติ
IF(ISERROR(A1/B1), 0, A1/B1)
ถ้า A1/B1 เกิด Error (เช่น B1 เป็น 0 หรือเป็นตัวหนังสือ) ให้แสดงเลข 0 แทน แต่ถ้าคำนวณได้ปกติ ก็ให้แสดงผลลัพธ์นั้น
Excel Formula:

=IF(ISERROR(A1/B1), 0, A1/B1)

Result:

ผลหาร หรือ 0

สร้างข้อความเตือนแทน Error
IF(ISERROR(INDEX(A1:A10, 5)), "ไม่มีข้อมูล", INDEX(A1:A10, 5))
ถ้า INDEX ไม่สามารถคืนค่าได้ (เกินช่วง) จะแสดง "ไม่มีข้อมูล" แทนที่จะโชว์ Error #REF!
Excel Formula:

=IF(ISERROR(INDEX(A1:A10, 5)), "ไม่มีข้อมูล", INDEX(A1:A10, 5))

Result:

"ไม่มีข้อมูล" หรือค่าจากช่อง 5

FAQs

ISERROR ต่างจาก ISERR อย่างไร?

ISERROR จับ Error **ทุกชนิด** (ทั้ง #N/A ด้วย) ส่วน ISERR จะจับทุกชนิด **ยกเว้น #N/A** เหมาะสำหรับกรณีที่อยากรู้ว่าสูตรพังหรือไม่ โดยไม่นับกรณีที่แค่หาข้อมูลไม่เจอ

ISERROR ต่างจาก IFERROR อย่างไร?

ISERROR คืนค่าเป็น TRUE/FALSE (ต้องใช้ IF ช่วยถ้าจะเปลี่ยนค่า) ส่วน IFERROR ทำหน้าที่แทนที่ค่า Error ด้วยค่าใหม่ทันที แนะนำให้ใช้ IFERROR ในหลายกรณี เพราะเขียนสั้นกว่า

Error ชนิดไหนบ้างที่ ISERROR จะจับได้?

ISERROR จับทั้งหมด 7 ชนิด: #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL!

ใช้กับ Excel เวอร์ชันไหนได้?

Excel 2016 ขึ้นไป, Excel 365, และ Excel for the web ทั้งหมดรองรับ

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน ISERROR ใช้สำหรับตรวจสอบว่าค่าในเซลล์หรือผลลัพธ์จากสูตรเป็นข้อผิดพลาด (Error) หรือไม่ โดยจะคืนค่าเป็น TRUE ถ้าเป็น Error ชนิดใดก็ได้ (เช่น #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!) และคืนค่า FALSE ถ้าเป็นค่าปกติ

จุดเด็ดของ ISERROR คือ มันจับ Error ได้แบบ “ครอบคลุมหมด” – ไม่ว่าจะอะไรผิดไปในสูตร ตั้งแต่การหารด้วยศูนย์ ไปจนถึง VLOOKUP ที่หาข้อมูลไม่เจอ ISERROR ก็จับได้หมด ทำให้สูตรของคุณดูเป็นมืออาชีพ แทนที่จะโชว์ Error สัแดง ๆ

ส่วนตัวผม ผมจะใช้ ISERROR เมื่ออยากรู้ว่า “มี error หรือไม่” แต่ถ้าอยากแทนที่ error ด้วยค่าอื่น ผมจะใช้ IFERROR เลย เพราะเขียนสั้นกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *