ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
=ISNUMBER(value)
=ISNUMBER(value)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value | Any | Yes | ค่าหรือเซลล์ที่ต้องการตรวจสอบ |
ใช้ IF(ISNUMBER(A1), A1*2, 0) เพื่อป้องกัน Error เมื่อนำข้อความไปคูณตัวเลข
ตรวจสอบว่า User กรอกข้อมูลเป็นตัวเลขที่ถูกต้องหรือไม่ (เช่น เบอร์โทร, ราคา) ไม่ใช่กรอกตัวหนังสือมา
ISNUMBER(123)=ISNUMBER(123)
TRUE
ISNUMBER("123")=ISNUMBER("123")
FALSE
ISNUMBER(TODAY())=ISNUMBER(TODAY())
TRUE
ใน Excel “123” คือ Text string ที่หน้าตาเหมือนตัวเลข แต่มีคุณสมบัติเป็นข้อความ (เช่น ชิดซ้ายเซลล์) ISNUMBER จะเช็คที่ Data Type จริงๆ เท่านั้น
สามารถใช้ฟังก์ชัน ISNUMERIC (ในบางโปรแกรม) หรือใช้สูตร =ISNUMBER(VALUE(A1)) เพื่อลองแปลงเป็นตัวเลขดูก่อน
ได้ FALSE ครับ เพราะ TRUE และ FALSE เป็น Logical values ไม่ใช่ตัวเลข (แม้บางทีจะมีค่าเทียบเท่า 1 และ 0 ก็ตาม)
ได้ TRUE ครับ เพราะ Excel เก็บวันที่และเวลาเป็นตัวเลข (Serial Number) ดังนั้น =ISNUMBER(TODAY()) จะได้ TRUE
ISNUMBER(SEARCH(“text”, A1)) ใช้ค้นหา “text” ในเซลล์ A1 ถ้าเจอจะคืน Position (ตัวเลข) ส่วน ISNUMBER เช็คว่าผลลัพธ์เป็นตัวเลขหรือไม่ (TRUE ถ้าเจอ FALSE ถ้าไม่เจอ)
ฟังก์ชัน ISNUMBER ใช้สำหรับตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นตัวเลข (Number) หรือไม่ โดยจะคืนค่าเป็น TRUE ถ้าเป็นตัวเลข และ FALSE ถ้าไม่ใช่ (เช่น เป็นข้อความ, วันที่, หรือ Error)