EXPON.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง โดยอ้างอิงจากการแจกแจงแบบ Exponential
=EXPON.DIST(x, lambda, cumulative)
=EXPON.DIST(x, lambda, cumulative)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| x | Number | Yes | ค่าของตัวแปรสุ่ม (เวลา, ระยะ, หรือหน่วยวัดเชิงปริมาณ) | |
| lambda | Number | Yes | อัตราการเกิด (rate parameter) หรือค่าผกผันของค่าเฉลี่ย | |
| cumulative | Boolean | Yes | เลือกประเภทของฟังก์ชัน: TRUE = ฟังก์ชันความน่าจะเป็นสะสม (CDF), FALSE = ฟังก์ชันความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (PDF) |
EXPON.DIST(0.5, 2, TRUE)=EXPON.DIST(0.5, 2, TRUE)
0.632
EXPON.DIST(1, 3, FALSE)=EXPON.DIST(1, 3, FALSE)
0.149
EXPON.DIST(3, 0.5, TRUE)=EXPON.DIST(3, 0.5, TRUE)
0.777
EXPON.DIST(2, 0.3, TRUE) versus =EXPON.DIST(2, 1, TRUE)=EXPON.DIST(2, 0.3, TRUE) versus =EXPON.DIST(2, 1, TRUE)
0.451 versus 0.865
EXPONDIST เป็นฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่ยังใช้ได้ใน Excel เวอร์ชันเก่า แต่ EXPON.DIST เป็นรุ่นใหม่ (Excel 2010+) แนะนำให้ใช้ EXPON.DIST เพราะสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO
Lambda (λ) คือ “อัตราการเกิด” หรือ “ความเร็วการเกิด” ของเหตุการณ์ มีหน่วยเป็น “จำนวนครั้งต่อหน่วยเวลา” ตัวอย่าง: ลูกค้า 2 คนต่อนาที, ความล้มเหลว 0.001 ครั้งต่อชั่วโมง
ค่าเฉลี่ย = 1/lambda ตัวอย่าง: ถ้า lambda = 2 ลูกค้าต่อนาที ค่าเฉลี่ยการรอ = 1/2 = 0.5 นาที
CDF ตอบคำถาม “โอกาสที่จะเกิดภายใน X” (ข้อมูลสะสม) PDF ตอบ “ความเป็นไปได้ที่จุด X นี้เท่านั้น” (ความหนาแน่น) ใช้ CDF เพื่อหาความน่าจะเป็นในช่วง ใช้ PDF เมื่อต้องการความหนาแน่น
ช่วงเวลารอ (Waiting Time), อายุการใช้งาน (Lifetime Analysis), อัตราความล้มเหลว (Failure Rate), ช่วงห่างระหว่างเหตุการณ์ (Interarrival Time), การไม่เสีย (Reliability), และปัญหาคิว (Queueing Theory)
EXPON.DIST เป็นฟังก์ชันที่ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Exponential ซึ่งใช้ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มในช่วงเวลาต่อเนื่อง เช่น เวลารอ, อายุการใช้งาน, หรืออัตราความล้มเหลว
ฟังก์ชันนี้มีสองโหมด: ส่งคืนค่าความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (PDF) เมื่อใช้ FALSE หรือส่งคืนค่าความน่าจะเป็นสะสม (CDF) เมื่อใช้ TRUE ทำให้สามารถตอบคำถามได้ เช่น “โอกาสที่ลูกค้าจะมารับบริการภายใน 5 นาทีคือเท่าไหร่”
สิ่งที่ต้องจำคือ lambda ต้องเป็นค่าบวก (อัตราการเกิด) และ x ต้องเป็นค่าที่ไม่เป็นลบ (เวลา) ถ้าค่าไม่ตรงตามเงื่อนไข Excel จะส่งคืน #NUM! ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ