Thep Excel

F.DIST.RT – หาค่าความน่าจะเป็นการแจกแจง F (หางขวา)

ฟังก์ชัน F.DIST.RT ใน Excel ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F ทางหางขวา (Right-tailed) ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น ANOVA เพื่อหาค่า P-value และตัดสินใจว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญหรือไม่

=F.DIST.RT(x, deg_freedom1, deg_freedom2)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=F.DIST.RT(x, deg_freedom1, deg_freedom2)

Argument Type Required Default Description
x Number Yes ค่า F-statistic ที่ต้องการประเมิน ต้องเป็นค่าบวก
deg_freedom1 Number Yes องศาอิสระของตัวเศษ (numerator degrees of freedom) มักเป็น k-1 โดย k คือจำนวนกลุ่ม
deg_freedom2 Number Yes องศาอิสระของตัวส่วน (denominator degrees of freedom) มักเป็น n-k โดย n คือจำนวนข้อมูลทั้งหมด

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: หา P-value จาก F-statistic
F.DIST.RT(3.33, 5, 10)
เมื่อ F-statistic = 3.33 องศาอิสระแรก = 5 องศาอิสระที่สอง = 10 ผลลัพธ์คือ P-value ≈ 0.038 หมายความว่าโอกาสที่จะได้ F-value นี้หากข้อมูลมาจากประชากรเดียวกันคือ 3.8% ต่ำกว่า 0.05 (5%) ดังนั้นเราอาจปฏิเสธสมมติฐานว่างและสรุปว่ามีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ
Excel Formula:

=F.DIST.RT(3.33, 5, 10)

Result:

0.0379 (ประมาณ 3.79%)

ตัวอย่างปฏิบัติ: ANOVA สำหรับการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของสามกลุ่ม
F.DIST.RT(A2, 2, 27)
สมมติ A2 มี F-statistic จากการ ANOVA เมื่อเปรียบเทียบสามกลุ่ม (deg_freedom1 = 3-1 = 2) กับขนาดตัวอย่างรวม 30 (deg_freedom2 = 30-3 = 27) ฟังก์ชันนี้จะให้ P-value ซึ่งช่วยในการตัดสินใจว่ายอมรับหรือปฏิเสธสมมติฐานว่าง
Excel Formula:

=F.DIST.RT(A2, 2, 27)

Result:

P-value

ตัวอย่างการใช้ในการวิเคราะห์ความแปรปรวนที่ซับซ้อน
IF(A5
เนื่องจาก F-value ต้องมากกว่า 0 เราใช้ IF เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อน ถ้า F-value ไม่ถูกต้อง จะแสดงข้อความแจ้ง ไม่เช่นนั้นจึงคำนวณ P-value
Excel Formula:

=IF(A5<1, "Invalid F-value", F.DIST.RT(A5, B5, C5))

Result:

P-value หรือข้อความแจ้งเตือน

ตัวอย่างขั้นสูง: ตารางการทดสอบ F เปรียบเทียบ P-value ที่ต่างกัน
F.DIST.RT(1.5, 10, 50); =F.DIST.RT(2.5, 10, 50); =F.DIST.RT(3.5, 10, 50)
เมื่อ F-value เพิ่มขึ้น P-value จะลดลง สะท้อนว่าข้อมูลมีความน่าจะเป็นน้อยลงที่จะเป็นผลจากโอกาส ถ้า P-value < 0.05 มักจะปฏิเสธสมมติฐานว่าง
Excel Formula:

=F.DIST.RT(1.5, 10, 50); =F.DIST.RT(2.5, 10, 50); =F.DIST.RT(3.5, 10, 50)

Result:

0.177, 0.021, 0.002 (ลดลงเมื่อ F-value เพิ่มขึ้น)

FAQs

ความแตกต่างระหว่าง F.DIST.RT กับ F.DIST คืออะไร?

F.DIST.RT ให้ความน่าจะเป็นของหางขวา (P(X > x)) ในขณะที่ F.DIST([x, df1, df2, TRUE]) ให้ความน่าจะเป็นสะสม (P(X ≤ x)) F.DIST.RT มักใช้ในการทดสอบสมมติฐานแบบ one-tailed

เมื่อไหร่ที่ควรใช้หางขวา (Right-tail) แทนหางซ้ายหรือสองหาง?

ใช้หางขวาในการทดสอบว่าความแปรปรวนของกลุ่มหนึ่งมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น ในการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) การทดสอบ F ส่วนใหญ่ใช้หางขวา

ค่า P-value ที่เท่าไหร่ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ?

โดยทั่วไป ถ้า P-value < 0.05 (5%) ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ แต่มาตรฐานนี้อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาขาวิชา บางครั้งใช้ 0.01 (1%) หรือ 0.10 (10%) เพื่อให้เข้มงวดหรืออ่อนนวลขึ้น

ถ้า F-value เป็นค่าลบหรือศูนย์จะเกิดอะไร?

ฟังก์ชัน F.DIST.RT จะคืนค่า #NUM! error เพราะ F-value ต้องเป็นค่าบวกเสมอ

องศาอิสระมาจากไหน?

deg_freedom1 = จำนวนกลุ่ม – 1 (k-1), deg_freedom2 = ขนาดตัวอย่างรวม – จำนวนกลุ่ม (n-k) ตัวอย่าง: 3 กลุ่มกับ 30 ข้อมูลทั้งหมด → df1 = 2, df2 = 27

ใช้ได้ในเวอร์ชัน Excel ไหนบ้าง?

F.DIST.RT ใช้ได้ใน Excel 2010 ขึ้นไป Excel for Microsoft 365 และ Excel for Web

Resources & Related

Additional Notes

F.DIST.RT ช่วยคุณหาค่าความน่าจะเป็นที่ค่า F-statistic จะมากกว่าค่าที่กำหนด ใช้หลักการนี้ในการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการทดสอบความเท่าเทียมของความแปรปรวน

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ‘หางขวา’ หมายถึงเราสนใจพื้นที่ทางขวาของกราฟการแจกแจง F ถ้า P-value มีค่าต่ำ (เช่น < 0.05) แสดงว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญทางสถิติ

ส่วนตัวผมแนะนำให้คิดว่า F.DIST.RT คือ ‘ความน่าจะเป็นของความบังเอิญ’ ถ้าจำนวนนี้น้อยมาก แสดงว่าผลที่ได้ไม่น่าจะเป็นเพียงโอกาส แต่เป็นผลจากความแตกต่างที่แท้จริง 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *