SKEW.P ใช้คำนวณค่าความเบ้ของการแจกแจงข้อมูลทั้งหมด (ประชากร) ต่างจาก SKEW ที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง
=SKEW.P(number1, [number2], ...)
=SKEW.P(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลข หรือช่วงที่มีตัวเลข หรือชื่อที่อ้างถึงตัวเลข (ข้อมูลประชากร) | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลขหรือช่วงเพิ่มเติม (สามารถใส่ได้สูงสุด 254 อาร์กิวเมนต์) |
SKEW.P(A2:A10)=SKEW.P(A2:A10)
-0.467
SKEW.P(A2:A10) = -0.467 SKEW(A2:A10) = -0.55=SKEW.P(A2:A10) = -0.467
SKEW(A2:A10) = -0.55
SKEW.P ให้ค่า -0.467, SKEW ให้ค่า -0.55
SKEW.P(B2:B12)=SKEW.P(B2:B12)
0.82
SKEW.P(1, 2, 3, 4, 5)=SKEW.P(1, 2, 3, 4, 5)
SKEW.P ใช้กับ ‘ประชากร’ ทั้งหมด (Population) ส่วน SKEW ใช้กับ ‘ตัวอย่าง’ (Sample) ถ้ามีข้อมูลทั้งหมด ใช้ SKEW.P จะแม่นยำกว่า SKEW จะให้ค่าใกล้เคียงแต่มีการปรับแก้ Degree of Freedom สำหรับการประมาณค่า
โดยทั่วไป ค่าระหว่าง -0.5 ถึง 0.5 ถือว่าข้อมูลค่อนข้างสมมาตร ค่า -1 ถึง -0.5 หรือ 0.5 ถึง 1 ถือว่าเบ้ปานกลาง ค่าน้อยกว่า -1 หรือมากกว่า 1 ถือว่าเบ้มาก
SKEW.P ใช้ได้ใน Excel 2013 ขึ้นไป และ Excel 365
ค่า Outlier (ข้อมูลผิดปกติ) จะส่งผลต่อค่าความเบ้ SKEW.P อาจให้ค่าที่สูงมาก ควรตรวจสอบข้อมูลหรือพิจารณาลบข้อมูลผิดปกติออก
ใช้เพื่อเข้าใจรูปแบบการแจกแจงข้อมูล ถ้าข้อมูลไม่สมมาตร อาจมีปัญหาทางสถิติ ต้องพิจารณาการแปลงข้อมูล (Data Transformation) หรือใช้วิธีทางสถิติเชิงพารามิเตอร์
SKEW.P คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของประชากร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแจกแจงข้อมูลเบ้ไปทางไหน คือ ความไม่สมมาตร (Asymmetry) ของข้อมูลรอบค่าเฉลี่ย
ค่าบวก = เบ้ขวา (Right Skew) ส่วนใหญ่ข้อมูลอยู่ทางซ้าย
ค่าลบ = เบ้ซ้าย (Left Skew) ส่วนใหญ่ข้อมูลอยู่ทางขวา
ค่า 0 = สมมาตร (Symmetric) ข้อมูลกระจายสมดุล
ที่สำคัญคือ SKEW.P ใช้กับข้อมูล ‘ประชากร’ ทั้งหมด ส่วน SKEW ใช้กับข้อมูล ‘ตัวอย่าง’ (Sample) ถ้ามีข้อมูลทั้งหมด ให้ใช้ SKEW.P เพราะจะแม่นยำกว่า