Thep Excel

IMLOG2หาค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน

IMLOG2 คำนวณค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน ส่งคืนผลลัพธ์เป็น complex number ในรูปแบบข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมและ signal processing

fx
=IMLOG2(inumber)

ความนิยม3/10
ความยาก5/10
ประโยชน์4/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
inumber Text จำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ เช่น “3+4i”, “2-1j”, หรือจำนวนจริง เช่น “8” ต้องใส่เป็น text ไม่ใช่ตัวเลขเปล่าๆ

Additional Notes

IMLOG2 เป็นฟังก์ชันในกลุ่ม Engineering ที่ใช้หาค่า Log ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน (complex number) โดยรับ input เป็นข้อความในรูป “a+bi” หรือ “a+bj” และส่งคืน complex number ในรูปแบบเดียวกัน ฟังก์ชันนี้ใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ ln(z)/ln(2) ภายใน ซึ่ง z คือจำนวนเชิงซ้อนที่รับเข้ามา

ที่เจ๋งคือ IMLOG2 รองรับทั้งจำนวนจริงและจำนวนเชิงซ้อนได้ในฟังก์ชันเดียว ถ้าใส่จำนวนลบเข้าไป (เช่น “-1”) มันก็คำนวณได้ถูกต้องโดยให้ผลเป็น complex number ซึ่ง LOG ธรรมดาทำไม่ได้ และยังใช้คู่กับ COMPLEX() เพื่อสร้าง input จากเซลล์ที่เก็บส่วนจริงและส่วนจินตภาพแยกกันได้เลย

ส่วนตัวผม ฟังก์ชันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ในงาน Excel ทั่วไป แต่ถ้าคุณทำงานด้าน digital signal processing หรือวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ต้องการคำนวณ frequency response หรือ impedance ใน complex domain หรือแม้แต่นับจำนวนบิต (bit) ของค่าที่เป็น magnitude เชิงซ้อนในระบบสื่อสาร การมี IMLOG2 พร้อมใช้ใน Excel ถือว่าสะดวกมากครับ

Examples

Log ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน 3+4iIMLOG2("3+4i")

IMLOG2 หาค่า Log₂ ของ 3+4i ผลลัพธ์เป็น complex number ในรูป a+bi ซึ่งทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพเป็นค่าทศนิยมครับ

fx
=IMLOG2("3+4i")

ผลลัพธ์2.32192809488736+1.33780421245098i
Log ฐาน 2 ของจำนวนจริง (ผลเป็นจำนวนเต็ม)IMLOG2("8")

เมื่อ inumber เป็นจำนวนจริง เช่น "8" ผลลัพธ์ก็จะเป็นจำนวนจริง เพราะ Log₂(8) = 3 ครับ ไม่มีส่วนจินตภาพ

fx
=IMLOG2("8")

ผลลัพธ์3
Log ฐาน 2 ของจำนวนลบIMLOG2("-1")

Log ของจำนวนลบในโลกจริงทำไม่ได้ แต่ใน complex domain ทำได้ครับ IMLOG2("-1") ให้ผลเป็น pure imaginary number เนื่องจาก ln(-1) = πi และ log₂(-1) = πi/ln(2)

fx
=IMLOG2("-1")

ผลลัพธ์4.53236014182719i
ใช้ COMPLEX() สร้าง input แบบ 2+3iIMLOG2(COMPLEX(2, 3))

ใช้ COMPLEX(2, 3) สร้าง "2+3i" แล้วส่งให้ IMLOG2 คำนวณ เหมาะเมื่อมีค่าจำนวนจริงและจินตภาพอยู่ในเซลล์แยกกัน เช่น =IMLOG2(COMPLEX(A1, B1))

fx
=IMLOG2(COMPLEX(2, 3))

ผลลัพธ์1.85021985907055+1.41787163074572i
หา Log ฐานอื่นด้วยสูตร change of baseIMDIV(IMLOG2("3+4i"),IMLOG2("10"))

Excel ไม่มี IMLOG ฐานกำหนดเองโดยตรง จึงต้องใช้หลัก change of base คือ log_b(z) = log2(z)/log2(b) ตัวอย่างนี้หา log ฐาน 10 ของ 3+4i โดยเอา log2(3+4i) หารด้วย log2(10) ด้วย IMDIV (ห้ามใช้เครื่องหมาย / ธรรมดากับจำนวนเชิงซ้อน)

fx
=IMDIV(IMLOG2("3+4i"),IMLOG2("10"))

ผลลัพธ์0.698970004336019+0.402719196273373i

FAQs

IMLOG2 ต่างจาก IMLOG10 และ IMLN อย่างไร?+

ทั้งสามฟังก์ชันหา Logarithm ของ complex number เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ฐาน ครับ — IMLOG2 ใช้ฐาน 2 (นิยมใน computer science), IMLOG10 ใช้ฐาน 10 (log ทั่วไป), และ IMLN หา natural log (ฐาน e ≈ 2.718) ที่ใช้บ่อยในวิศวกรรม

ทำไมใส่จำนวนเต็มธรรมดา เช่น 8 โดยตรงแล้ว error?+

IMLOG2 ต้องการ input เป็น text ครับ ถ้าใส่ตัวเลข 8 โดยตรง (ไม่มีเครื่องหมายคำพูด) จะได้ #VALUE! error ต้องใส่เป็น "8" (ใส่ในเครื่องหมายคำพูด) หรือใช้ COMPLEX() ในการสร้าง complex number

ถ้าใส่ "0" เป็น inumber จะเกิดอะไร?+

จะได้ #NUM! error ครับ เพราะ Logarithm ของ 0 ไม่มีค่าจริงทางคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น Log ฐานอะไรก็ตาม

IMLOG2 ใช้กับ j แทน i ได้ไหม?+

ได้ครับ Excel รองรับทั้ง "a+bi" และ "a+bj" เป็น input ของ IMLOG2 เหมือนกัน เพราะในวิศวกรรมไฟฟ้านิยมใช้ j แทน i เพื่อไม่ให้ซ้ำกับสัญลักษณ์กระแสไฟฟ้า

ทำไมใช้ / หาร IMLOG2 สองค่าเข้าด้วยกันตรงๆ ไม่ได้ ต้องใช้ IMDIV?+

เพราะเครื่องหมาย / ใน Excel รองรับแค่ตัวเลขจริง ถ้าเอาไปหารกับ complex number ที่เป็น text (เช่นผลลัพธ์จาก IMLOG2) จะได้ #VALUE! ทันที ต้องใช้ IMDIV(numerator, denominator) ซึ่งเป็นฟังก์ชันหารเฉพาะสำหรับจำนวนเชิงซ้อนแทน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IMLOG2 จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้IMLOG2Engineering
Engineering (6)
COMPLEX

แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel

IMDIV

ฟังก์ชัน IMDIV ใช้หารจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวใหม่ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนหาค่ากระแสไฟฟ้าจากแรงดันหารด้วยอิมพีแดนซ์ (I = V/Z) ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ

IMEXP

IMEXP คำนวณค่า e ยกกำลังด้วยจำนวนเชิงซ้อน (e^z) โดยคืนผลลัพธ์ในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่มีทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพ

IMLN

หาค่า Natural Logarithm ของจำนวนเชิงซ้อน

IMLOG10

หาค่า Logarithm ฐาน 10 ของจำนวนเชิงซ้อน

IMSQRT

คำนวณรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ a+bi เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่ต้องการคณิตศาสตร์ขั้นสูง

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่