IMLOG2 คำนวณค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน ส่งคืนผลลัพธ์เป็น complex number ในรูปแบบข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมและ signal processing
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| inumber | Text | จำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ เช่น “3+4i”, “2-1j”, หรือจำนวนจริง เช่น “8” ต้องใส่เป็น text ไม่ใช่ตัวเลขเปล่าๆ |
IMLOG2 เป็นฟังก์ชันในกลุ่ม Engineering ที่ใช้หาค่า Log ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน (complex number) โดยรับ input เป็นข้อความในรูป “a+bi” หรือ “a+bj” และส่งคืน complex number ในรูปแบบเดียวกัน ฟังก์ชันนี้ใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ ln(z)/ln(2) ภายใน ซึ่ง z คือจำนวนเชิงซ้อนที่รับเข้ามา
ที่เจ๋งคือ IMLOG2 รองรับทั้งจำนวนจริงและจำนวนเชิงซ้อนได้ในฟังก์ชันเดียว ถ้าใส่จำนวนลบเข้าไป (เช่น “-1”) มันก็คำนวณได้ถูกต้องโดยให้ผลเป็น complex number ซึ่ง LOG ธรรมดาทำไม่ได้ และยังใช้คู่กับ COMPLEX() เพื่อสร้าง input จากเซลล์ที่เก็บส่วนจริงและส่วนจินตภาพแยกกันได้เลย
ส่วนตัวผม ฟังก์ชันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ในงาน Excel ทั่วไป แต่ถ้าคุณทำงานด้าน digital signal processing หรือวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ต้องการคำนวณ frequency response หรือ impedance ใน complex domain หรือแม้แต่นับจำนวนบิต (bit) ของค่าที่เป็น magnitude เชิงซ้อนในระบบสื่อสาร การมี IMLOG2 พร้อมใช้ใน Excel ถือว่าสะดวกมากครับ
IMLOG2 หาค่า Log₂ ของ 3+4i ผลลัพธ์เป็น complex number ในรูป a+bi ซึ่งทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพเป็นค่าทศนิยมครับ
เมื่อ inumber เป็นจำนวนจริง เช่น "8" ผลลัพธ์ก็จะเป็นจำนวนจริง เพราะ Log₂(8) = 3 ครับ ไม่มีส่วนจินตภาพ
Log ของจำนวนลบในโลกจริงทำไม่ได้ แต่ใน complex domain ทำได้ครับ IMLOG2("-1") ให้ผลเป็น pure imaginary number เนื่องจาก ln(-1) = πi และ log₂(-1) = πi/ln(2)
ใช้ COMPLEX(2, 3) สร้าง "2+3i" แล้วส่งให้ IMLOG2 คำนวณ เหมาะเมื่อมีค่าจำนวนจริงและจินตภาพอยู่ในเซลล์แยกกัน เช่น =IMLOG2(COMPLEX(A1, B1))
Excel ไม่มี IMLOG ฐานกำหนดเองโดยตรง จึงต้องใช้หลัก change of base คือ log_b(z) = log2(z)/log2(b) ตัวอย่างนี้หา log ฐาน 10 ของ 3+4i โดยเอา log2(3+4i) หารด้วย log2(10) ด้วย IMDIV (ห้ามใช้เครื่องหมาย / ธรรมดากับจำนวนเชิงซ้อน)
ทั้งสามฟังก์ชันหา Logarithm ของ complex number เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ฐาน ครับ — IMLOG2 ใช้ฐาน 2 (นิยมใน computer science), IMLOG10 ใช้ฐาน 10 (log ทั่วไป), และ IMLN หา natural log (ฐาน e ≈ 2.718) ที่ใช้บ่อยในวิศวกรรม
IMLOG2 ต้องการ input เป็น text ครับ ถ้าใส่ตัวเลข 8 โดยตรง (ไม่มีเครื่องหมายคำพูด) จะได้ #VALUE! error ต้องใส่เป็น "8" (ใส่ในเครื่องหมายคำพูด) หรือใช้ COMPLEX() ในการสร้าง complex number
จะได้ #NUM! error ครับ เพราะ Logarithm ของ 0 ไม่มีค่าจริงทางคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น Log ฐานอะไรก็ตาม
ได้ครับ Excel รองรับทั้ง "a+bi" และ "a+bj" เป็น input ของ IMLOG2 เหมือนกัน เพราะในวิศวกรรมไฟฟ้านิยมใช้ j แทน i เพื่อไม่ให้ซ้ำกับสัญลักษณ์กระแสไฟฟ้า
เพราะเครื่องหมาย / ใน Excel รองรับแค่ตัวเลขจริง ถ้าเอาไปหารกับ complex number ที่เป็น text (เช่นผลลัพธ์จาก IMLOG2) จะได้ #VALUE! ทันที ต้องใช้ IMDIV(numerator, denominator) ซึ่งเป็นฟังก์ชันหารเฉพาะสำหรับจำนวนเชิงซ้อนแทน
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IMLOG2 จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
ฟังก์ชัน IMDIV ใช้หารจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวใหม่ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนหาค่ากระแสไฟฟ้าจากแรงดันหารด้วยอิมพีแดนซ์ (I = V/Z) ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
IMEXP คำนวณค่า e ยกกำลังด้วยจำนวนเชิงซ้อน (e^z) โดยคืนผลลัพธ์ในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่มีทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพ
หาค่า Natural Logarithm ของจำนวนเชิงซ้อน
หาค่า Logarithm ฐาน 10 ของจำนวนเชิงซ้อน
คำนวณรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ a+bi เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่ต้องการคณิตศาสตร์ขั้นสูง
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่