Thep Excel

QUARTILE – หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล

ฟังก์ชัน QUARTILE แบ่งชุดข้อมูลออกเป็นสี่ส่วน แล้วคืนค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), หรือ Q3 ใช้วิเคราะห์การกระจายข้อมูลได้ทันที แต่ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ QUARTILE.INC แทน

=QUARTILE(array, quart)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
2/10

Difficulty
3/10

Usefulness
2/10

Syntax & Arguments

=QUARTILE(array, quart)

Argument Type Required Default Description
array Range/Array Yes ชุดข้อมูลตัวเลขที่ต้องการหาค่าควอร์ไทล์ ถ้า array ว่างเปล่าจะเกิดข้อผิดพลาด #NUM!
quart Number Yes ระบุว่าต้องการค่าใด: 0 = ค่าต่ำสุด, 1 = Q1 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 25), 2 = มัธยฐาน (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50), 3 = Q3 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75), 4 = ค่าสูงสุด ถ้าใส่เลขเกิน 4 หรือน้อยกว่า 0 จะเกิด #NUM!

Examples

หาค่า Q1 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 25) ของชุดข้อมูล
QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},1)
ใช้ quart=1 เพื่อหาค่า Q1 ซึ่งหมายความว่า 25% ของข้อมูลมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3.5 ผลลัพธ์คือ 3.5 ซึ่งเป็นค่ากลางระหว่าง 2 และ 4
Excel Formula:

=QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},1)

Result:

3.5

หามัธยฐาน (Q2) ด้วย quart=2
QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},2)
quart=2 คืนค่ามัธยฐาน (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50) ของชุดข้อมูล ผลลัพธ์คือ 7.5 ซึ่งเป็นค่ากลางระหว่าง 7 และ 8 — ผลเดียวกับที่ได้จากฟังก์ชัน MEDIAN
Excel Formula:

=QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},2)

Result:

7.5

หาค่า Q3 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75) ของชุดข้อมูล
QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},3)
quart=3 คืนค่า Q3 หมายความว่า 75% ของข้อมูลมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 9.25 ใช้ดูว่าข้อมูลส่วนใหญ่กระจุกอยู่ช่วงไหน
Excel Formula:

=QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},3)

Result:

9.25

หาค่าต่ำสุดและสูงสุดด้วย quart=0 และ quart=4
QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},0)
quart=0 คืนค่าต่ำสุดของชุดข้อมูล (เหมือน MIN) ส่วน quart=4 จะคืนค่าสูงสุด (เหมือน MAX) ทั้งสองตัวนี้มีไว้ให้เห็นภาพรวมของ range ข้อมูลทั้งหมดในคราวเดียว
Excel Formula:

=QUARTILE({1,2,4,7,8,9,10,12},0)

Result:

1

FAQs

QUARTILE ต่างจาก QUARTILE.INC อย่างไร?

ผมลองทดสอบแล้วพบว่าผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการครับ QUARTILE.INC ที่เปิดตัวใน Excel 2010 คือเวอร์ชันอัปเกรดของ QUARTILE ที่ชื่อบอกชัดขึ้นว่า ‘รวมค่าขอบ’ (Inclusive) Microsoft แนะนำให้ใช้ QUARTILE.INC แทนในไฟล์ใหม่ แต่ QUARTILE ยังทำงานได้ปกติเพื่อ backward compatibility

ทำไมต้องมี quart=0 และ quart=4 ทั้งที่ใช้ MIN/MAX ได้?

ผมเข้าใจว่ามีเพื่อความสะดวกตอนสร้างตาราง Box Plot ครับ แทนที่จะเรียก 5 ฟังก์ชันต่างกัน (MIN, QUARTILE Q1, MEDIAN, QUARTILE Q3, MAX) ก็ใช้ QUARTILE เดียวเปลี่ยนแค่เลข quart จาก 0 ถึง 4 ได้เลย ทำให้สูตรดูเป็นระบบกว่า

เกิดข้อผิดพลาด #NUM! ต้องแก้อย่างไร?

ผมเจอบ่อยมากครับ สาเหตุหลักมีสองอย่าง: (1) ใส่ค่า quart ไม่ถูก — ต้องเป็น 0, 1, 2, 3, หรือ 4 เท่านั้น ถ้าใส่ 5 ขึ้นไปหรือติดลบก็จะ #NUM! (2) array ว่างเปล่าหรือไม่มีตัวเลขเลย ให้เช็กว่า range ที่อ้างถึงมีข้อมูลอยู่จริง

ค่าควอร์ไทล์ที่ได้เป็นทศนิยมได้ไหม?

ได้ครับ และนั่นคือปกติ เช่น ถ้า Q1 ตกอยู่ระหว่างตัวเลขสองตัว Excel จะ interpolate ให้อัตโนมัติ ผมแนะนำให้ใช้ ROUND() ครอบถ้าต้องการแสดงผลเป็นจำนวนเต็ม เช่น =ROUND(QUARTILE(…,1),0)

Resources & Related

Additional Notes

QUARTILE รับชุดข้อมูลตัวเลขและพารามิเตอร์ quart (0-4) แล้วคืนค่าที่อยู่ ณ จุดแบ่งควอร์ไทล์นั้น เช่น quart=1 คืน Q1 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 25), quart=2 คืนมัธยฐาน, quart=3 คืน Q3 (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75) นอกจากนี้ยังรองรับ quart=0 (ค่าต่ำสุด) และ quart=4 (ค่าสูงสุด) ซึ่งเหมือนกับ MIN และ MAX

ที่เจ๋งคือ ฟังก์ชันนี้ทำให้วิเคราะห์การกระจายข้อมูลได้ด้วยสูตรเดียว — แค่เปลี่ยนเลข quart จาก 0 ถึง 4 ก็ได้ภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ค่าต่ำสุด จนถึง Q1, Q2, Q3 ไปถึงค่าสูงสุด

ส่วนตัวผม ถ้าทำงานกับ Excel รุ่นใหม่ ผมจะใช้ QUARTILE.INC แทนเสมอ เพราะชื่อมันบอกชัดกว่าว่า ‘รวมค่าขอบ’ (Inclusive) ไม่งงเวลากลับมาอ่านสูตรอีกครั้ง แต่ถ้าไฟล์ต้องเปิดกับ Excel รุ่นเก่า QUARTILE ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *