Thep Excel

STDEVP – ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด (เวอร์ชันเก่า)

คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย STDEV.P แล้ว

=STDEVP(number1, [number2], ...)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
2/10

Difficulty
3/10

Usefulness
2/10

Syntax & Arguments

=STDEVP(number1, [number2], ...)

Argument Type Required Default Description
number1 Number / Array Yes ตัวเลขแรกหรือชุดตัวเลขที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด ใส่ได้ทั้งตัวเลขเดี่ยวหรือหลายค่าคั่นด้วยจุลภาค
number2 Number / Array Optional ตัวเลขเพิ่มเติม ใส่ได้สูงสุด 255 อาร์กิวเมนต์ รองรับทั้งตัวเลขโดยตรงและ array

Examples

คำนวณ SD จากคะแนนสอบนักเรียนทั้งห้อง
STDEVP(75, 80, 65, 90, 70)
ใส่คะแนนสอบของนักเรียน 5 คนโดยตรง ฟังก์ชันถือว่านี่คือประชากรทั้งหมด (ทั้งห้อง) ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง ค่า SD ที่ได้ประมาณ 8.60 บอกว่าคะแนนเฉลี่ยกระจายออกไปจากค่ากลางราว 8-9 คะแนน
Excel Formula:

=STDEVP(75, 80, 65, 90, 70)

Result:

8.60233

วัดความสม่ำเสมอของน้ำหนักสินค้า
STDEVP(100, 101, 99, 100, 102, 98)
ตรวจน้ำหนักสินค้า 6 ชิ้นจากสายการผลิตวันนั้น ค่า SD ต่ำกว่า 1.5 กรัม หมายความว่ากระบวนการผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ เหมาะกับงาน QC ที่ต้องการดูการกระจายตัวของทั้งล็อต
Excel Formula:

=STDEVP(100, 101, 99, 100, 102, 98)

Result:

1.29099

เปรียบเทียบ STDEVP กับค่าตัวเลขน้อย
STDEVP(10, 20, 30, 40, 50)
ข้อมูล 5 ตัวที่กระจายตัวสม่ำเสมอ (ห่างกัน 10 ทุกช่วง) ได้ SD ประมาณ 14.14 ลองเปรียบกับ =STDEV(10,20,30,40,50) จะได้ 15.81 เพราะ STDEV ใช้ n-1 แทน n ในตัวหาร
Excel Formula:

=STDEVP(10, 20, 30, 40, 50)

Result:

14.14214

ใช้กับชุดข้อมูลที่มีการกระจายตัวสูง
STDEVP(5, 50, 100, 2, 80)
ตัวเลขที่กระจายตัวมากได้ค่า SD สูงราว 39 แสดงว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยเยอะ ยิ่ง SD สูง ข้อมูลยิ่งไม่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับวิเคราะห์ความแปรปรวนของข้อมูลก่อนตัดสินใจ
Excel Formula:

=STDEVP(5, 50, 100, 2, 80)

Result:

39.23060

FAQs

STDEVP ต่างจาก STDEV ยังไง ใช้อันไหนดี?

ผมอธิบายแบบง่ายคือ STDEVP ใช้เมื่อมีข้อมูลครบทุกคน/ทุกชิ้นในกลุ่มที่ต้องการ (หารด้วย n) ส่วน STDEV ใช้เมื่อข้อมูลที่มีเป็นแค่ตัวอย่างบางส่วน (หารด้วย n-1 เพื่อชดเชยความไม่แน่นอน) ถ้ามีคะแนนนักเรียนทั้งห้อง 30 คนครบ ใช้ STDEVP ถ้าสุ่มสำรวจแค่ 30 คนจากทั้งประเทศ ใช้ STDEV ครับ

STDEVP กับ STDEV.P ต่างกันไหม ทำไม Microsoft ถึงมีสองอัน?

ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการครับ Microsoft ออก STDEV.P มาในเวอร์ชันใหม่เพื่อให้ชื่อฟังก์ชันสื่อความหมายชัดขึ้น (P = Population) STDEVP คืออันเก่าที่ยังใช้ได้เพื่อ backward compatibility แต่ Microsoft แนะนำให้ switch ไป STDEV.P เพราะ STDEVP อาจหายไปในอนาคต

ถ้ามีค่าว่าง (empty cell) หรือข้อความอยู่ในชุดข้อมูล STDEVP จัดการยังไง?

ผมทดสอบมาแล้ว STDEVP จะ ignore ค่าว่าง ข้อความ และ logical value (TRUE/FALSE) โดยอัตโนมัติ ไม่นับรวมในการคำนวณ แต่ถ้าต้องการให้นับข้อความที่เป็นตัวเลข เช่น “10” ด้วย ต้องใช้ STDEVPA แทนครับ

ค่า SD ที่ได้ควรตีความยังไง สูงหรือต่ำดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับบริบทครับ SD ต่ำ = ข้อมูลใกล้ค่าเฉลี่ย (สม่ำเสมอ) เช่น น้ำหนักสินค้าที่ควบคุมคุณภาพดี SD สูง = ข้อมูลกระจายตัวมาก เช่น คะแนนสอบที่มีทั้งเก่งและอ่อนปะปนกัน ผมใช้ค่า SD เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มมากกว่าดูตัวเดียว เช่น เดือนนี้ SD คุณภาพสินค้าลดลง = กระบวนการดีขึ้น

Resources & Related

Additional Notes

STDEVP คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยถือว่าข้อมูลทุกตัวที่ใส่เข้าไปคือ “ประชากรทั้งหมด” ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง ใช้สูตร n (หารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด) ต่างจาก STDEV ที่ใช้ n-1 (หารด้วยจำนวนข้อมูลลบ 1) ค่าตัวเลขที่ได้บอกว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน

ที่เจ๋งคือ ถ้ามีข้อมูลครบทุกคนในกลุ่ม เช่น คะแนนสอบของนักเรียนทั้งห้อง หรือน้ำหนักสินค้าทุกชิ้นที่ผลิตในวันนั้น ค่าที่ได้จาก STDEVP จะแม่นยำกว่า STDEV เพราะไม่ต้องประมาณค่าจากตัวอย่าง

ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ STDEV.P แทนทันที เพราะ Microsoft ประกาศชัดว่า STDEVP เป็น legacy function ที่อาจหายไปในอนาคต สองฟังก์ชันนี้ให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ แค่ชื่อต่างกัน ยิ่งถ้าไฟล์ต้องส่งต่อให้คนอื่น ใช้ฟังก์ชันใหม่ดีกว่าเยอะเลยครับ 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *