คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย STDEV.P แล้ว
=STDEVP(number1, [number2], ...)
=STDEVP(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number / Array | Yes | ตัวเลขแรกหรือชุดตัวเลขที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด ใส่ได้ทั้งตัวเลขเดี่ยวหรือหลายค่าคั่นด้วยจุลภาค | |
| number2 | Number / Array | Optional | ตัวเลขเพิ่มเติม ใส่ได้สูงสุด 255 อาร์กิวเมนต์ รองรับทั้งตัวเลขโดยตรงและ array |
STDEVP(75, 80, 65, 90, 70)=STDEVP(75, 80, 65, 90, 70)
8.60233
STDEVP(100, 101, 99, 100, 102, 98)=STDEVP(100, 101, 99, 100, 102, 98)
1.29099
STDEVP(10, 20, 30, 40, 50)=STDEVP(10, 20, 30, 40, 50)
14.14214
STDEVP(5, 50, 100, 2, 80)=STDEVP(5, 50, 100, 2, 80)
39.23060
ผมอธิบายแบบง่ายคือ STDEVP ใช้เมื่อมีข้อมูลครบทุกคน/ทุกชิ้นในกลุ่มที่ต้องการ (หารด้วย n) ส่วน STDEV ใช้เมื่อข้อมูลที่มีเป็นแค่ตัวอย่างบางส่วน (หารด้วย n-1 เพื่อชดเชยความไม่แน่นอน) ถ้ามีคะแนนนักเรียนทั้งห้อง 30 คนครบ ใช้ STDEVP ถ้าสุ่มสำรวจแค่ 30 คนจากทั้งประเทศ ใช้ STDEV ครับ
ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการครับ Microsoft ออก STDEV.P มาในเวอร์ชันใหม่เพื่อให้ชื่อฟังก์ชันสื่อความหมายชัดขึ้น (P = Population) STDEVP คืออันเก่าที่ยังใช้ได้เพื่อ backward compatibility แต่ Microsoft แนะนำให้ switch ไป STDEV.P เพราะ STDEVP อาจหายไปในอนาคต
ผมทดสอบมาแล้ว STDEVP จะ ignore ค่าว่าง ข้อความ และ logical value (TRUE/FALSE) โดยอัตโนมัติ ไม่นับรวมในการคำนวณ แต่ถ้าต้องการให้นับข้อความที่เป็นตัวเลข เช่น “10” ด้วย ต้องใช้ STDEVPA แทนครับ
ขึ้นอยู่กับบริบทครับ SD ต่ำ = ข้อมูลใกล้ค่าเฉลี่ย (สม่ำเสมอ) เช่น น้ำหนักสินค้าที่ควบคุมคุณภาพดี SD สูง = ข้อมูลกระจายตัวมาก เช่น คะแนนสอบที่มีทั้งเก่งและอ่อนปะปนกัน ผมใช้ค่า SD เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มมากกว่าดูตัวเดียว เช่น เดือนนี้ SD คุณภาพสินค้าลดลง = กระบวนการดีขึ้น
STDEVP คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยถือว่าข้อมูลทุกตัวที่ใส่เข้าไปคือ “ประชากรทั้งหมด” ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง ใช้สูตร n (หารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด) ต่างจาก STDEV ที่ใช้ n-1 (หารด้วยจำนวนข้อมูลลบ 1) ค่าตัวเลขที่ได้บอกว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน
ที่เจ๋งคือ ถ้ามีข้อมูลครบทุกคนในกลุ่ม เช่น คะแนนสอบของนักเรียนทั้งห้อง หรือน้ำหนักสินค้าทุกชิ้นที่ผลิตในวันนั้น ค่าที่ได้จาก STDEVP จะแม่นยำกว่า STDEV เพราะไม่ต้องประมาณค่าจากตัวอย่าง
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ STDEV.P แทนทันที เพราะ Microsoft ประกาศชัดว่า STDEVP เป็น legacy function ที่อาจหายไปในอนาคต สองฟังก์ชันนี้ให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ แค่ชื่อต่างกัน ยิ่งถ้าไฟล์ต้องส่งต่อให้คนอื่น ใช้ฟังก์ชันใหม่ดีกว่าเยอะเลยครับ 😎