YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| settlement | date | วันที่ชำระคืน – วันที่ตราสารถูกโอนให้แก่ผู้ซื้อ (วันที่คำนวณผลตอบแทน) โดยปกติคือวันที่ซื้อตราสาร |
| maturity | date | วันที่ครบกำหนด – วันที่ตราสารหมดอายุและผู้ออกหลักทรัพย์จะคืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือครอง |
| issue | date | วันที่ออกตราสาร – วันที่ตราสารออกมา ใช้ในการคำนวณอายุของตราสารและประกอบการคำนวณดอกเบี้ย |
| rate | number | อัตราดอกเบี้ยประจำปี – อัตราดอกเบี้ยเชิงบัญญัติรายปี ของตราสาร (ป้อนเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 0.05 หรือ 5%) |
| pr | number | ราคาที่ซื้อ – ราคาปัจจุบันหรือราคาที่จ่าย สำหรับตราสาร ป้อนเป็นราคาต่อ 100 หน่วยมูลค่า (เช่น 95 หมายถึง 95 ต่อ 100) |
| [basis]ไม่บังคับ | number | วิธีการนับวัน – พื้นฐานการนับวันในปี (0=30/360, 1=actual/actual, 2=actual/360, 3=actual/365, 4=30/360 European) หากไม่ระบุจะใช้ 0 (30/360) เป็นค่าเริ่มต้น |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
YIELDMAT เป็นฟังก์ชันทางการเงินที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลตอบแทนของตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตร (bonds) หรือเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยทั้งเงินต้นเมื่อครบกำหนด ฟังก์ชันนี้จะหาอัตราผลตอบแทนประจำปีที่นักลงทุนได้รับจากการถือครองตราสารจนถึงวันครบกำหนด
ที่สำคัญคือ YIELDMAT ต่างจาก YIELDDISC (สำหรับตราสารส่วนลด) และ YIELD (สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองเป็นระยะๆ) ถ้าลงทุนในพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยครั้งเดียวตอนครบกำหนด YIELDMAT คือฟังก์ชันที่ถูกต้องที่จะใช้
ส่วนตัวผม มักจะใช้ YIELDMAT เมื่อเปรียบเทียบการลงทุนในตราสารต่างประเทศ หรือพันธบัตรระยะยาวที่มีการจ่ายดอกเบี้ยแบบดั้งเดิม ต้องระวังเรื่องพื้นฐานการนับวัน (basis) เพราะแต่ละประเทศใช้วิธีต่างกัน 😎
พันธบัตรออกในวันที่ 15 ม.ค. 2020 กำหนดวันชำระคืนที่ 15 ม.ค. 2025 และครบกำหนด 15 ม.ค. 2030 มีอัตราดอกเบี้ย 5% ปีซื้อในราคา 95 บาท ต่อ 100 บาท ผลตอบแทนที่ได้คือประมาณ 5.00% ต่อปี
ใช้อ้างอิงเซลล์เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนของตราสารสองตัว โดยใช้พื้นฐาน 1 (actual/actual) สำหรับการนับวันที่แม่นยำ
ตราสารขายในราคาส่วนลด 88 บาทต่อ 100 บาท มีอัตราดอกเบี้য 4% ผลตอบแทนที่ได้จะสูงกว่า 4% เนื่องจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่า
ตราสารยูโรซึ่งใช้พื้นฐาน 4 (30/360 European) สำหรับการนับวัน ผลตอบแทนจะต่างจากการใช้พื้นฐานอื่นเล็กน้อย
YIELDMAT ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยครั้งเดียวตอนครบกำหนด | YIELD ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองเป็นระยะๆ (ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น) | YIELDDISC ใช้สำหรับตราสารส่วนลด (ไม่มีอัตราดอกเบี้ยเชิงบัญญัติ)
มีความสำคัญอย่างมาก ลำดับต้องเป็น: issue < settlement < maturity เสมอ ถ้าลำดับผิด YIELDMAT จะคืนค่า #NUM! error
ป้อนเป็นราคาต่อ 100 หน่วยมูลค่า เช่น ถ้าซื้อด้วยราคา 9,500 บาท สำหรับตราสารมูลค่า 10,000 บาท ให้ป้อน 95
มีผลต่ออัตราผลตอบแทนเล็กน้อย โดยปกติความแตกต่างน้อยกว่า 0.2% แต่สำหรับตราสารระยะยาว หรือในบางตลาดอาจเกี่ยวข้องเนื่องจากความเป็นมาตรฐานท้องถิ่น
ฟังก์ชันจะคำนวณผลตอบแทนจากส่วนลด (capital gain) โดยไม่มีค่าดอกเบี้ย ตราสารเช่นนี้เรียกว่า zero-coupon bond
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ YIELDMAT จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ACCRINT คืนค่าดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา (Periodic Interest)
ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ
DURATION คำนวณ Macaulay Duration ของหลักทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการวัดอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสด ใช้วัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ
ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ
PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน
PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ
TBILLEQ แปลง Discount Rate ของตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) เป็น Bond-Equivalent Yield เพื่อเปรียบเทียบกับพันธบัตรทั่วไป
YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่
YIELDDISC คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารลดราคา (discounted securities) เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills) โดยพิจารณาจากราคาปัจจุบัน ราคาที่เรียกคืน และระยะเวลา
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่