MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย
=MAX(number1, [number2], ...)
=MAX(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลข เซลล์ หรือช่วงแรกที่ต้องการหาค่าสูงสุด | |
| number2 | Number/Range | Optional | – | ตัวเลข เซลล์ หรือช่วงเพิ่มเติม รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ |
ใช้ MAX เพื่อหาคะแนนสูงสุดของนักเรียนแต่ละคน หรือคะแนนสูงสุดของทั้งห้อง
หายอดขายสูงสุดรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการขาย
หาวันที่ล่าสุดจากชุดข้อมูล เช่น วันที่ทำธุรกรรมล่าสุด วันที่อัปเดตล่าสุด
ใช้ MAX ร่วมกับ 0 เพื่อแปลงค่าลบให้เป็น 0 และคงค่าบวกไว้ เช่น =MAX(0, A1)
ใช้ได้กับ Excel ทุกเวอร์ชัน ทั้ง Windows, Mac และ Web ไม่ต้องการเวอร์ชันพิเศษ
MAX มีประสิทธิภาพสูงแม้กับข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถหาค่าสูงสุดจากข้อมูลหลักหมื่นหรือหลักแสนแถวได้รวดเร็ว
MAX(10, 50, 30, 25)=MAX(10, 50, 30, 25)
50
MAX(Sales[Amount])=MAX(Sales[Amount])
125000
MAX(0, -50)=MAX(0, -50)
MAX(Orders[OrderDate])=MAX(Orders[OrderDate])
45657
MATCH(MAX(Scores[Score]), Scores[Score], 0)=MATCH(MAX(Scores[Score]), Scores[Score], 0)
3
MAX(100, "N/A", 75, 200)=MAX(100, "N/A", 75, 200)
200
MAX เพิกเฉยค่า Logic (TRUE/FALSE) และข้อความ ส่วน MAXA จะนับ TRUE = 1, FALSE = 0, และข้อความ = 0
.
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ MAX สำหรับข้อมูลตัวเลขทั่วไป เพราะปลอดภัยกว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะมีค่า Logic แอบปนมา 😅
ใช้ MAXIFS (Excel 2016 ขึ้นไป) ได้เลยครับ เช่น =MAXIFS(D2:D10, A2:A10, “กรุงเทพ”, C2:C10, “>100”)
.
ถ้าเวอร์ชันเก่า ต้องใช้สูตรแบบ Array เช่น =MAX(IF(A2:A10=”กรุงเทพ”, B2:B10)) แล้วกด Ctrl+Shift+Enter แต่ถ้ามี MAXIFS อยู่แล้ว ใช้ MAXIFS จะง่ายกว่าเยอะครับ 😎
MAX จะคืนค่า 0 ถ้าช่วงข้อมูลมีแต่เซลล์ว่าง ข้อความ หรือค่า Logic
.
ตัวอย่าง =MAX(“ก”,”ข”,”ค”) จะได้ 0 เพราะไม่มีตัวเลขในพารามิเตอร์เลย ส่วนตัวผมมักจะใช้ IF ตรวจสอบก่อนว่ามีข้อมูลตัวเลขหรือเปล่า เพื่อป้องกันปัญหานี้
ใช้ LARGE ได้เลยครับ เช่น =LARGE(A1:A10, 2) จะหาค่าสูงสุดอันดับที่ 2
.
สูตร LARGE(range, k) จะคืนค่าสูงสุดอันดับที่ k โดย k=1 คือค่าสูงสุด, k=2 คือค่าสูงสุดที่ 2 เป็นต้น เจ๋งมากครับตัวนี้ 😎
ใช่ครับ MAX พิจารณาค่า 0 เป็นตัวเลขปกติ
.
ตัวอย่าง =MAX(0, -5, -10) จะได้ 0 เพราะ 0 มากกว่า -5 และ -10 นี่แหละครับที่ทำให้เทคนิค Clamp (บังคับค่าลบเป็น 0) ใช้ได้
ใช้ MATCH ร่วมกับ MAX ได้ครับ เช่น =MATCH(MAX(A1:A10), A1:A10, 0) จะหาตำแหน่งแถว (row number) ของค่าสูงสุด
.
ถ้าต้องการดึงข้อมูลจากคอลัมน์อื่น เช่น ชื่อคนที่ได้คะแนนสูงสุด ให้ใช้ INDEX-MATCH แบบนี้ =INDEX(Names, MATCH(MAX(Scores), Scores, 0))
MAX เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีใน Excel ทุกเวอร์ชันครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้
.
ใช้ได้ทั้ง Excel for Microsoft 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016, 2013, 2010, 2007 และเวอร์ชันเก่ากว่า ทั้ง Windows, Mac และ Excel for the web
ฟังก์ชัน MAX ใช้หาค่าสูงสุด (maximum value) จากชุดข้อมูลตัวเลขครับ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เดี่ยว ช่วงเซลล์ หรือใส่ค่าตัวเลขโดยตรงก็ได้
.
ที่เจ๋งคือ MAX รองรับได้สูงสุด 255 พารามิเตอร์ แถมยังเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะมีอย่างอื่นปนอยู่เลย 😎
.
ส่วนตัวผมชอบใช้ MAX เป็นเทคนิค “Clamp” (จำกัดค่า) โดยใส่ =MAX(0, value) เพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ใช้บ่อยมากในการคำนวณยอดคงเหลือหรือป้องกันไม่ให้มีค่าติดลบครับ 💡