DDB (Double-Declining Balance) ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แบบเร่ง ซึ่งให้ค่าเสื่อมสูงสุดในช่วงแรก แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาเร็ว เช่น ยานพาหนะ หรือเครื่องมือ
=DDB(cost, salvage, life, period, [factor])
=DDB(cost, salvage, life, period, [factor])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| cost | Number | Yes | ต้นทุนเริ่มต้น หรือราคาซื้อของสินทรัพย์ | |
| salvage | Number | Yes | มูลค่าซากของสินทรัพย์ ณ สิ้นสุดอายุการใช้งาน (สามารถเป็น 0 ได้) | |
| life | Number | Yes | จำนวนงวดทั้งหมดที่สินทรัพย์สามารถใช้งานได้ (เช่น ปี เดือน วัน) | |
| period | Number | Yes | งวดที่คุณต้องการคำนวณค่าเสื่อมราคา (ต้องอยู่ในหน่วยเดียวกับ life) | |
| factor | Number | Optional | 2 | อัตราการลดลงของยอดดุล ใช้ 2 สำหรับวิธีลดลงทวีคูณ หรือตัวเลขอื่นสำหรับวิธีอื่น |
DDB(10000, 1000, 5, 1)=DDB(10000, 1000, 5, 1)
4000
DDB(10000, 1000, 5, 2)=DDB(10000, 1000, 5, 2)
2400
DDB(2400, 300, 120, 1)=DDB(2400, 300, 120, 1)
40
DDB(2400, 300, 3650, 1)=DDB(2400, 300, 3650, 1)
1.32
DDB (Double-Declining) เสื่อมมากในช่วงแรก ลดลงเรื่อยๆ เหมาะสินทรัพย์ที่เสื่อมเร็ว ส่วน SL (Straight-Line) เสื่อมเท่าๆ กันทุกปี เหมาะสำหรับสินทรัพย์ระยะยาว
Factor = อัตราการลดลง ค่า 2 คือลดลงทวีคูณ ถ้าใส่ 1.5 จะเป็นวิธี 150% Declining Balance ใส่ 1 จะเป็นวิธี Straight-Line
เพราะว่า DDB ปรับให้ไม่เกินค่าซาก (salvage value) เมื่อค่าคงเหลือต่ำเข้าไป มันจะหยุดเสื่อมที่ค่าซากจึงได้เฉพาะส่วนต่างเล็กน้อย
Excel 2003 เป็นต้นไป รวมถึง Excel 365 และ Excel 2021
DDB เป็นฟังก์ชันทางการเงินที่ช่วยคำนวณค่าเสื่อมราคาแบบลดลงทวีคูณ ซึ่งตรงข้ามกับวิธีเส้นตรง (SL) ที่คิดเท่าๆ กันทุกปี
วิธีนี้เหมาะกับธุรกิจที่สินทรัพย์เสื่อมราคาเร็วในช่วงแรก เช่น ซื้อรถ ซื้อคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องจักร
จุดเด่นของ DDB คือมันคิดค่าเสื่อมสูงสุดในปีแรก (ตัวแปร factor หลายเท่า) แล้วค่อยๆ ลดลง ทำให้คุณประหยัดภาษีได้มากในช่วงแรกๆ ของการใช้สินทรัพย์