PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ
=PRICEMAT(settlement, maturity, issue, rate, yld, [basis])
=PRICEMAT(settlement, maturity, issue, rate, yld, [basis])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| settlement | date | Yes | วันที่ชำระคืน (Settlement Date) – วันที่ตราสารถูกซื้อขายจริง และเงินจริงเปลี่ยนมือ | |
| maturity | date | Yes | วันที่ครบกำหนด (Maturity Date) – วันที่ตราสารหมดอายุและผู้ออกตราสารชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด | |
| issue | date | Yes | วันที่ออกตราสาร (Issue Date) – วันที่ตราสารถูกออกเสมอแรก ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยสะสม | |
| rate | number | Yes | อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Coupon Rate) – อัตราดอกเบี้ยรายปีของตราสาร (ควรเป็นทศนิยม เช่น 0.05 สำหรับ 5%) | |
| yld | number | Yes | ผลตอบแทนต่อปี (Annual Yield) – อัตราผลตอบแทนต่อปีที่ต้องการของตราสาร (ควรเป็นทศนิยม) | |
| basis | number | Optional | 0 | พื้นฐานการนับวัน (Day Count Basis) – วิธีการนับวัน: 0 = Actual/Actual (ค่าเริ่มต้น), 1 = Actual/360, 2 = Actual/365, 3 = European 30/360, 4 = 30/360 |
PRICEMAT(DATE(2024,1,15), DATE(2024,12,15), DATE(2024,1,1), 0.05, 0.06)=PRICEMAT(DATE(2024,1,15), DATE(2024,12,15), DATE(2024,1,1), 0.05, 0.06)
98.5 (ประมาณ)
PRICEMAT(A2, A3, A4, A5, A6, A7)=PRICEMAT(A2, A3, A4, A5, A6, A7)
99.45 (ตัวอย่าง)
PRICEMAT(DATE(2025,3,1), DATE(2026,3,1), DATE(2024,1,1), 0.03, 0.05, 1)=PRICEMAT(DATE(2025,3,1), DATE(2026,3,1), DATE(2024,1,1), 0.03, 0.05, 1)
97.08 (ประมาณ)
PRICEMAT ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด ส่วน PRICE ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองอยู่หลายครั้ง (เช่น ทุก 6 เดือน)
PRICEDISC ใช้สำหรับตราสารลดราคา (ขายต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว โดยไม่มีดอกเบี้ย) ส่วน PRICEMAT มีดอกเบี้ยแบบสะสม
Settlement date ควรเป็นวันที่ซื้อขายจริง ซึ่งมักจะ T+2 (2 วันทำการ หลังจากการซื้อขาย) หรือวันที่ระบุในสัญญา
Basis ส่งผลต่อการนับจำนวนวันระหว่าง settlement กับ maturity ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาถือครอง โดยเฉพาะตราสารระยะสั้น ความแตกต่างอาจถึง 0.1-0.5% ของราคา
ถ้า rate (coupon rate) = yld (yield) ราคาจะเท่ากับ 100 (ราคาหน้าตั๋ว) โดยพิจารณาเวลาที่เหลือและการนับวัน
PRICEMAT ใช้สำหรับตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายคูปองระหว่างช่วงเวลา แต่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดพร้อมกับเงินต้นเมื่อครบกำหนด ซึ่งต่างจาก PRICE ที่ใช้สำหรับตราสารที่จ่ายคูปองหลายครั้ง หรือ PRICEDISC ที่สำหรับตราสารลดราคา
ที่เจ๋งคือ PRICEMAT พิจารณาถึง basis (วิธีการนับวัน) ที่แตกต่างกัน เช่น Actual/Actual, 30/360, Actual/360 ซึ่งส่งผลต่อการคำนวณราคาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตราสารที่มีระยะเวลาสั้นหรือวันที่อยู่ระหว่างระหว่างจ่ายคูปอง
ส่วนตัวผม ถ้าต้องการคำนวณราคาตราสารในโลกความเป็นจริง คุณต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง settlement date (วันที่ซื้อขายจริง) และ maturity date (วันครบกำหนด) เพราะมันมีผลต่อระยะเวลาถือครองและผลตอบแทน