Thep Excel

335 functions

EUROCONVERT แปลงเงินจำนวนต่าง ๆ ให้เป็นยูโร (EUR) หรือแปลงจากยูโรเป็นสกุลเงินที่เป็นสมาชิกของยูโร หรือแปลงระหว่างสกุลเงินสมาชิกยูโรโดยใช้ยูโรเป็นตัวกลาง ต้องระบุสกุลเงินต้นทาง (source) และสกุลเงินปลายทาง (target) โดยใช้รหัส ISO สามตัวอักษร สามารถเลือกแสดงผลแบบปัดเศษหรือแสดงทศนิยมทั้งหมด

Syntax
=EUROCONVERT(number, source, target, [full_precision], [triangulation_precision])

EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน

Syntax
=EXACT(text1, text2)

FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ

Syntax
=FALSE()

FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน

Syntax
=FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)

FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง

Syntax
=FIND(find_text, within_text, [start_num])

FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน

Syntax
=FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล

Syntax
=FREQUENCY(data_array, bins_array)

FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน

Syntax
=FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])

หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)

Syntax
=GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)

GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน

Syntax
=GAMMAINV(probability, alpha, beta)

ฟังก์ชัน GCD หาค่าตัวหารร่วมมากที่สุด (Greatest Common Divisor) ของจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการลดทอนเศษส่วนและการแยกตัวประกอบ

Syntax
=GCD(number1, [number2], ...)

GEOMEAN หาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean) ของชุดข้อมูล ใช้ได้ดีกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น อัตราการเติบโต ผลตอบแทน หรือความเสี่ยง

Syntax
=GEOMEAN(number1, [number2], ...)

ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA ใช้สำหรับดึงข้อมูลเฉพาะเจาะจงจาก PivotTable โดยอ้างอิงจากชื่อฟิลด์และเงื่อนไขที่กำหนด แทนที่จะใช้การอ้างอิงเซลล์โดยตรงข้อดีของฟังก์ชันนี้คือจะดึงข้อมูลตามโครงสร้างของ PivotTable ไม่ใช่ตำแหน่งเซลล์ ทำให้สูตรยังคงทำงานได้ถูกต้องแม้ว่า PivotTable จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือการจัดเรียงข้อมูล เหมาะสำหรับการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง

Syntax
=GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)

ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด

Syntax
=HARMEAN(number1, [number2], ...)

HLOOKUP ค้นหาข้อมูลจากแถวแรกของตาราง แล้วคืนค่าจากแถวที่ระบุ ตรงข้ามกับ VLOOKUP ที่ค้นหาแนวตั้ง เหมาะสำหรับตารางที่หัวข้อมูลเรียงแบบแนวนอน

Syntax
=HLOOKUP(lookup_value, table_array, row_index_num, [range_lookup])

ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)

Syntax
=HYPGEOMDIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop)

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข

Syntax
=IF(logical_test, value_if_true, [value_if_false])

ฟังก์ชัน IMPOWER ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าจำนวนเชิงซ้อนที่ถูกยกกำลังด้วยเลขจำนวนเต็มที่ระบุ โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

Syntax
=IMPOWER(inumber, number)