MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
=MODE.SNGL(number1, [number2], ...)
=MODE.SNGL(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลที่ต้องการหาฐานนิยม | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลขหรือช่วงเพิ่มเติม (สามารถใส่ได้สูงสุด 254 อาร์กิวเมนต์) |
MODE.SNGL(1, 2, 2, 3, 3, 3, 4)=MODE.SNGL(1, 2, 2, 3, 3, 3, 4)
3
MODE.SNGL(A2:A20)=MODE.SNGL(A2:A20)
85
IFERROR(MODE.SNGL(B2:B10), "ไม่มี Mode")=IFERROR(MODE.SNGL(B2:B10), "ไม่มี Mode")
ไม่มี Mode (หากไม่มีค่าซ้ำ)
MODE.SNGL(C2:C100)=MODE.SNGL(C2:C100)
M
MODE.SNGL ส่งกลับค่าฐานนิยม (Single) ค่าเดียว ส่วน MODE.MULT ส่งกลับหลาย Mode (ถ้าเกิดมี) ถ้าชุดข้อมูล 2,2,3,3 → MODE.SNGL=”2″ (ตัวแรก) แต่ MODE.MULT=”2,3″ (ทั้งสองค่า)
MODE.SNGL เพิ่มเข้ามาใน Excel 2010 ขึ้นไป ทั้ง Excel Desktop (Windows/Mac) และ Excel 365
เพราะไม่มีค่าซ้ำกันเลย ทุกค่าปรากฏครั้งเดียว โล่น! ใช้ IFERROR ป้องกันหรือตรวจสอบข้อมูลก่อน
นับรวม ศูนย์นับเป็นค่าทั่วไปในการคำนวณ หากต้องการข้ามศูนย์ ต้องกรองข้อมูลก่อน
Mode = ค่าที่ปรากฏบ่อยสุด | Median = ค่าตรงกลาง ข้อมูล 1,2,2,2,100 → Mode=2 แต่ Median=2 (บังเอิญเหมือนกัน) แต่ 1,2,3,4,100 → MODE.SNGL=#N/A แต่ MEDIAN=3
MODE.SNGL ใช้ค้นหาค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล (ฐานนิยม) เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อต้องการรู้ว่า “ค่าไหนเป็นตัวแทนของส่วนใหญ่” เช่น คะแนนที่นักเรียนได้เยอะสุด หรือขนาดเสื้อที่ขายดีที่สุด
ที่สำคัญคือ MODE.SNGL มีข้อจำกัด:
1. ถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย (ทุกค่าปรากฏครั้งเดียว) จะ #N/A
2. ถ้ามีหลาย Mode (เช่น 2 ปรากฏ 3 ครั้ง, 4 ปรากฏ 3 ครั้ง) จะส่งกลับค่าแรกที่เจออันดับแรก
3. ถ้าต้องการทั้งหมด ใช้ MODE.MULT แทน
ส่วนตัวผม MODE.SNGL สมควรใช้ตอน “ค่าเดียว” นั้นแสดงถึงการเลือกของ “คนส่วนใหญ่” ตรงนี้มีประโยชน์มาก ลองยกเลิกการ #N/A ด้วย IFERROR ถ้าชุดข้อมูลอาจไม่มีซ้ำกัน 😎