SKEW คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของข้อมูล ซึ่งบอกว่าการแจกแจงเบ้ไปทางไหน ค่าบวก = เบ้ขวา ค่าลบ = เบ้ซ้าย ค่าศูนย์ = สมมาตร
=SKEW(number1, [number2], ...)
=SKEW(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลขหรือช่วงข้อมูลตัวแรก (อย่างน้อย 3 ค่า) | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลขหรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (สูงสุด 255 ค่า) |
SKEW(A2:A11)=SKEW(A2:A11)
0.359543
SKEW(B2:B7)=SKEW(B2:B7)
SKEW(C2:C8)=SKEW(C2:C8)
-0.821
SKEW(Sales_Range)=SKEW(Sales_Range)
1.45
SKEW คำนวณจากกลุ่มตัวอย่าง (Sample) ในขณะที่ SKEW.P คำนวณจากประชากรทั้งหมด (Population) สำหรับงานส่วนใหญ่ใช้ SKEW ได้
ไม่เลยค่ะ ค่าลบเพียงแต่บ่งบอกว่าข้อมูลเบ้ซ้ายเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีปัญหา ขึ้นอยู่กับบริบทของข้อมูล
อย่างน้อย 3 ตัว ถ้าน้อยกว่าจะได้ #DIV/0! error
Excel 2007 ขึ้นไป รวม Excel 365, Excel 2019, Excel 2021, Excel 2024
SKEW ใช้วัดความสมมาตรของข้อมูล โดยบอกให้เราทราบว่าข้อมูลของเรามีหางยาวไปทางไหน ถ้ากลุ่มที่ศึกษาข้อมูลการเงินหรือทำ Data Analysis จำเป็นต้องดูว่าข้อมูลสมมาตรหรือไม่ ค่า SKEW ก็คือตัวช่วยสำคัญ
ค่าบวก (Positive Skew) หมายถึง ส่วนใหญ่ของข้อมูลอยู่ทางซ้าย หางยาวไปทางขวา เช่นรายได้ของประชาชน (คนโตรายได้สูง = หางยาว) ค่าลบ (Negative Skew) หมายถึง ส่วนใหญ่อยู่ทางขวา หางไปทางซ้าย เช่นอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ (สินค้าเสีย = หางซ้าย)
สิ่งที่ต้องระวัง: SKEW ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 3 ตัว ถ้าน้อยกว่าจะออก #DIV/0! แล้ว ถ้าข้อมูลทั้งหมดเหมือนกัน (Standard Deviation = 0) ก็ออก #DIV/0! เหมือนกัน